วิกฤตปากท้อง
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 00:04อ่าน 3 นาที

ถ้าถามว่า มีรัฐมนตรีคลังที่กล้าพูดความจริงกับประชาชนหรือไม่ คำตอบมีครับ ก็..."เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" นี่แหละครับ วานนี้ (๑๗ สิงหาคม)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ของปีนี้ อยู่ที่ร้อยละ ๑.๙ ชะลอลงจากร้อยละ ๒.๘ ในไตรมาสแรก สิ่งที่ "เอกนิติ" สื่อสารกับประชาชนคือ
ตัวเลขที่ว่าสะท้อนข้อเท็จจริงที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเคยคาดการณ์ไว้ คาดการณ์อะไรเอาไว้บ้าง ๑) ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มส่งผลเป็นระลอกๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในไตรมาส ๒ จากวิกฤตน้ำมัน สู่วิกฤตของแพง ดังจะเห็นได้จาก เงินเฟ้อในไตรมาส ๒ พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ ๒.๗% จากไตรมาส ๑ ที่ติดลบ -๐.๕% ค่าครองชีพที่สูงขึ้นนี้
ส่งผลให้ตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส ๒ ขยายตัวชะลอลงเหลือ ๑.๙% จากที่โตร้อยละ ๓.๓ ในไตรมาส ๑ "เอกนิติ" ย้ำว่าหากไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้จะนำไปสู่วิกฤตปากท้อง
และนำไปสู่การหดตัวทางเศรษฐกิจในระลอกต่อไป นี่คือเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นแหล่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อประคองกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชน ส่วนจะดำเนินโครงการต่อหรือไม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี ต้องขอพิจารณาผลที่เกิดขึ้นจากโครงการระยะแรกซึ่งจะจบในไตรมาส ๓
และงบประมาณที่เหลืออยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ๒) ตัวเลขอีกด้านในไตรมาส ๒ ที่บ่งชี้ชัด คือ การที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าในหมวดพลังงานจากต่างประเทศสูงมาก
ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส ๒ กลับมาขาดดุลถึง ๑.๗๖ หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราวเกือบ ๖ แสนล้านบาท) จากที่เกินดุลในไตรมาส ๑ ประมาณ ๑.๔ พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น
มุมมองและผลกระทบ
การเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากพลังงานจากฟอสซิลที่ต้องนำเข้าไปสู่พลังงานสะอาดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง "ผมขอเรียนว่าโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ๒ แสนล้านบาท ทั้งโซลาร์รูฟท็อป
ระบบโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และยานยนต์ไฟฟ้า คือการลงทุนใน ' โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ' ของประเทศ โดยเป็นการกู้เพื่อสร้างสินทรัพย์และลดความเสี่ยงของประเทศในระยะยาว
ไม่ใช่การกู้เพื่อใช้จ่ายชั่วคราว เป็นการใช้เงินกู้เพื่อช่วยให้ประเทศผลิตและบริหารจัดการพลังงานได้ดีขึ้น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดต้นทุนจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และสร้างฐานสำหรับการลงทุนใหม่ของภาคเอกชน" ๓) ส่วนพระเอกของไตรมาสนี้เห็นชัดเจน คือ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวถึงร้อยละ ๑๓.๔ ในไตรมาส ๒ ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ ๑๑ ปี
และเป็นการขยายตัวเติบโตถึง ๒ หลัก ( double digit growth ) ติดต่อกัน ต่อเนื่องจากที่ขยายตัวร้อยละ ๑๐.๑ ในไตรมาสแรก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ Thailand Fast Pass ของ BOI
ที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนจริงจากภาคเอกชนที่สูงถึง ๒.๕๕ แสนล้าน ในไตรมาส ๒ โดยการลงทุนส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรม S - Curve เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ AI พลังงานสะอาด
และอุตสาหกรรมการแปรรูปเกษตร เป็นต้น นอกจาก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



