ปลัดอุตฯ ยกเครื่องกฎหมายโรงงาน รับนโยบายลงทุน สร้างเวชระเบียน-คุมเข้มกากอุตสาหกรรม
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 15:34อ่าน 3 นาที

ปลัดอุตฯ ยกเครื่องกฎหมายโรงงาน รับนโยบายลงทุน สร้างเวชระเบียน คุมเข้มมลพิษ–กากอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายโรงงานก.อุตฯ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ยกเครื่อง “อนุญาต-กำกับโรงงาน-บังคับใช้กฎหมาย” ในยุคที่การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบทำผิดกฎหมายได้กลายเป็นบาดแผลเรื้อรังที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน และระบบนิเวศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ความผิดที่พบเห็นได้ทั่วไปมีตั้งแต่การลักลอบปล่อยน้ำเสีย ระบายอากาศเกินค่ามาตรฐาน และการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมหรือสารเคมีอันตรายในที่สาธารณะ ที่แม้จะมีกฎหมายควบคุมไว้อย่างชัดเจน
แต่การบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลโรงงานยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างบางประการ เช่น บทลงโทษตามกฎหมายต่ำเมื่อเทียบกับผลกำไรที่โรงงานได้รับ
ความไม่สมดุลระหว่างเจ้าหน้าที่และจำนวนโรงงานที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ทำให้การลงพื้นที่ตรวจสอบมีข้อจำกัดและมักเป็นการตรวจสอบเพื่อการแก้ปัญหามากกว่าการตรวจสอบเชิงรุก นายณัฐพล
สถานการณ์ล่าสุด
เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกเครื่องกลไกการกำกับโรงงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต
การกำกับโรงงาน และการบังคับใช้กฎหมาย ที่นำเอาระบบ e-license ระบบ iSingleForm และระบบตรวจโรงงาน i-Auditor มาใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งระบบต่าง ๆ
จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแบบครบวงจร ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย มีการปรับแนวทางการกำกับและการลงโทษโรงงานโดยคำนึงถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
ควบคู่กับการแก้กฎหมายโรงงานและกฎหมายกากอุตสาหกรรม ดังนี้ 1. การอนุญาตโรงงาน (รง.4) – “นำระบบ e-license มาใช้แบบเต็มรูปแบบ” ลดการใช้ดุลยพินิจ
ช่วยให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบกิจการอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
โดยลดระยะเวลาในการพิจารณาลงได้กว่า 28 วัน 2. การกำกับโรงงาน – “ปรับแผนตรวจ ใช้ข้อมูลและเครื่องมือใหม่” จากเดิมที่เจ้าหน้าที่จัดทำแผนตรวจตามลำดับโรงงานกลุ่มเสี่ยง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ยกระดับสู่การใช้ข้อมูลชี้เป้าการตรวจสอบโรงงานอย่างตรงจุด โดยการพัฒนาระบบรายงานข้อมูล หรือ iSingleForm ซึ่งระบบดังกล่าว
นอกจากจะนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ดัชนีอุตสาหกรรมประกอบการจัดทำนโยบายขับเคลื่อนภาคการผลิตแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นระบบช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินตนเอง (Self-Declaration)
ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนแล้วหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการทวนสอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ข้อมูลจาก iSingleForm จะถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์และชี้เป้าการทำแผนตรวจสอบโรงงาน
เช่น โรงงานมีข้อมูลการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ผิดปกติ มีการใช้น้ำ ไฟฟ้าและวัตถุดิบที่ไม่สมดุลกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์หรือไม่ หรือเข้าข่ายสวมสิทธิทางการค้า เป…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



