"วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร" นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
อัปเดตเมื่อ: 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:30อ่าน 3 นาที

วันนี้ (25 ก.ค.2569) การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (48th Session of the World Heritage Committee) ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน (Busan Exhibition and
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
Convention Center : BEXCO) ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ประกาศ "วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช" ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ คุ้มครอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
และยกระดับมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ประเทศไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีโลก หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน
สาธารณรัฐเกาหลี มีมติเห็นชอบให้ "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช" ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6
นับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศ นายสุชาติ
สถานการณ์ล่าสุด
กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ซึ่งมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ
และเจ้าหน้าที่ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจและสนับสนุนคณะผู้แทนไทย ในการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการต่อคณะกรรมการมรดกโลก จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทยได้สำเร็จ
มุมมองและผลกระทบ
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียน เนื่องจากมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล
เป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อด้านจิตวิญญาณ มีองค์ประกอบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศาสนาและศิลปกรรม
ที่ถ่ายทอดเชื่อมโยงผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทรมายาวนานกว่า 1,500 ปี อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวิถีวัฒนธรรมที่ยังคงสืบทอดอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผ่านการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมกับหลักคำสอนทางศาสนาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย
นายสุชาติ กล่าวว่า ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการมรดกโลก ศูนย์มรดกโลก องค์กรที่ปรึกษา และประเทศรัฐภาคีทุกประเทศที่ให้การสนับสนุนประเทศไทย
พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในฐานะมรดกของมวลมนุษยชาติ และพร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะและมติของคณะกรรมการมรดกโลก
ไปดำเนินการอย่างจริงจังและครบถ้วน เพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารให้ค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



