ปชน.ค้านสภาไทยต้อนรับ ‘มิน ออง ไลง์’ จี้รัฐบาลทบทวนการเชิญร่วมกิจกรรมภาครัฐในอนาคต
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 15:18อ่าน 3 นาที

ปชน.ค้านสภาไทยต้อนรับ ‘มิน ออง ไลง์’ จี้ รัฐบาลทบทวนการเชิญร่วมกิจกรรมภาครัฐในอนาคต-ตั้งกรรมการสันติภาพ-แก้ปัญหาชายแดน ชี้ การเลือกจับมือ-เชิดชูผู้นำเผด็จการทหาร
ประเด็นสำคัญ
สะท้อนความเชื่อมโยงระบอบอำนาจนิยม-บั่นทอนภาพลักษณ์ปชต.ไทย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช
ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในฐานะแขกของรัฐบาล ว่า จากกรณีดังกล่าวตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกร้องต่อรัฐสภาและรัฐบาลไทย ดังนี้
1.ขอให้ประธานรัฐสภาออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน ยึดมั่นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศ และฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน พร้อมปฏิเสธการใช้ความรุนแรง
การปราบปรามผู้เห็นต่าง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า 2.ขอให้รัฐบาลทบทวนหรือระงับการเชิญมิน ออง ไลง์ ร่วมกิจกรรมระดับรัฐในอนาคต
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อไม่ให้ไทยถูกมองว่าสร้างความชอบธรรมแก่รัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งถูกวิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การโจมตีพื้นที่ชายแดน และการก่อวิกฤตผู้ลี้ภัย
พร้อมเรียกร้องให้ไทยปรับนโยบายต่อเมียนมาโดยสนับสนุนเฉพาะกระบวนการสันติภาพที่จริงใจ 3.เสนอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตยในเมียนมา โดยมีผู้แทนจากรัฐสภา รัฐบาลไทย
รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ภาคประชาสังคม และองค์กรสิทธิมนุษยชน เพื่อผลักดันความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ระเบียงมนุษยธรรมที่ปลอดภัย และการเจรจาอย่างเป็นธรรม นายอนุสรณ์
มุมมองและผลกระทบ
กล่าวอีกว่า 4.ขอให้รัฐบาลไทยยื่นข้อเรียกร้องพร้อมกรอบเวลาต่อรัฐบาลเมียนมา เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด สงครามชายแดน สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ การปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ และหมอกควันข้ามแดน
รวมถึงเปิดทางให้ไทยเข้าตรวจสอบพื้นที่ชายแดนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม 5.ขอให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการทูตที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ของกองกำลังชาติพันธุ์
เพื่อร่วมแก้ปัญหาที่กระทบประเทศไทย ส่งเสริมสันติภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 6.เดินหน้าจัดตั้งเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยบูรณาการความร่วมมือจากภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน เพื่อผลักดันสันติภาพ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน ด้านนายศิรชัช
กล่าวว่า การที่รัฐบาลเลือกที่จะจับมือและเชิดชูผู้นำเผด็จการทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการสะท้อนความเชื่อมโยงของระบอบอำนาจนิยม และบั่นทอนภาพลักษณ์ประชาธิปไตยของไทย โดยรายงานของ
Justice For Myanmar (JFM) ระบุว่าไทยเป็นช่องทางสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมาทั้งด้านการเงิน การจัดซื้ออาวุธ รายได้จากก๊าซธรรมชาติ และการฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์ในไ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



