ฝาก’ปืนเถื่อน’กับนายกฯ
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 00:03อ่าน 3 นาที

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม ?
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า.. “..การบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการตรวจค้นคัดกรองอาวุธและสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด”!
เพราะลองขนาด “สถานศึกษา” ยังต้องใช้ “มาตรการเข้ม” ถึงขนาดตรวจค้นคัดกรองอาวุธ แล้วในสายตาชาวต่างชาติ หรือคนไทยด้วยกัน.. ประเทศไทยจะเหลือ “พื้นที่ความปลอดภัย” ตรงไหนอีกเล่า..หือ?
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือเราจะยอมรับกันว่า เวลานี้ประเทศไทยกำลังเป็นดั่ง “กาเหว่าที่บางเพลง” นวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ “คึกฤทธิ์ ปราโมช” ได้เขียนและพิมพ์เป็นเล่มเมื่อปี 2532 ไปแล้ว!
แต่ถ้ายังไปไม่ถึงขั้นกาเหว่าที่บางเพลง ผมก็อยากให้คุณประเสริฐค่อยๆ ลองคิดหาแนวทางแก้ไขและป้องกันจากเบาไปหาหนักจะดีไหม?
หมายถึงไม่ต้องประกาศมาตรการ “ตรวจค้นคัดกรองอาวุธ” เด็กนักเรียนทั่วทุกสถานศึกษา ทั้งประเทศหรอก.. เพราะนอกจากจะสร้างความกดดัน-หนักอกหนักใจให้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ปกครอง ทั้งครูบาอาจารย์แล้ว ยังจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แต่ละสถานศึกษาต้องพลอยเสียหายไปด้วย!
สถานการณ์ล่าสุด
ส่วนจะคิดหาวิธีการอย่างไรนั้น เห็นจะเป็นภาระของคุณประเสริฐที่จะใช้สติปัญญาแล้วล่ะ!
เออ..แต่ที่ คุณตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ เสนอคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยให้ผู้ครอบครอง “ปืนเถื่อน” นำมามอบต่อเจ้าหน้าที่รัฐในกรอบ-เวลากำหนด เมื่อเกินเวลาจะมีมาตรการลงโทษสถานหนัก นั้น ผมว่าก็น่าพิจารณา-น่าใคร่ครวญนะ ด้วยคุณจตุพรมีข้อมูลเผยว่า.. “ปัจจุบันไทยครอบครองปืนมากถึง 10 ล้านกระบอก และในจำนวนนี้ อาจแบ่งเป็นปืนเถื่อนประมาณ 4 ล้านกระบอก เมื่อปืนเต็มบ้านเต็มเมือง รัฐบาลควรออกกฎหมายมาบังคับห้ามครอบครองปืนเถื่อน ขณะที่การพกพาปืนนั้น รัฐบาลต้องตรวจตราอย่างเข้มงวดมีมาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยการตรวจ ซึ่งวิธีการนี้จะได้แก้ไขปัญหาอื่นๆ ด้วย เช่น ลดยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในคราวสังคมมีความสูญเสียชีวิตจากอาวุธปืน ดังนั้น ควรสร้างความมั่นใจในสังคมและประเทศได้ประโยชน์ด้วย” คุณจตุพรยังบอกอีกว่า.. “สถานการณ์ขณะนี้ เราต้องคิดการณ์ใหญ่ให้ประเทศ ไม่เอาแต่ความสนใจเหมือนไฟไหม้ฟางเพื่อกลบข่าวไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องอื่นก็เข้ามาแทนที่ แล้วไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรสักเรื่อง ดังนั้น การจัดระเบียบเรื่องอาวุธจึงสำคัญ แต่การยกเลิกการถือครองเลยไทยยังไปไม่ถึง เพราะสังคมยังต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” นี่..ถ้าสามารถสลาย “ปืนเถื่อน” กว่า 4 ล้านกระบอกจากผู้ครอบครองได้ ก็น่าจะช่วยเพลาๆ ปัญหาอาชญากรรม-ความรุนแรงลงได้บ้างไม่มากก็น้อย และแม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมกับผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กเข้าถึงอาวุธปืน จนนำไปก่อเหตุร้ายบังคับใช้อยู่ แต่ก็ดูเหมือนบทลงโทษทางอาญาค่อนข้างจะเบา จึงเห็นควรให้มีกฎหมายลงโทษสถานหนัก (กว่านี้หลายเท่า) กับผู้ปกค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



