ดร.เอนก ชี้โลกไม่ได้มีทางเดินเส้นเดียว เตือนอย่าใช้ไม้บรรทัดตะวันตกวัดความเจริญ
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14:30อ่าน 3 นาที

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ หยิบแนวคิด “แฮร์เดอร์” นักคิดเยอรมัน ท้าทายความเชื่อว่าโลกต้องเดินตามแบบอังกฤษ-ฝรั่งเศส-อเมริกา ชี้แต่ละชาติมีรากเหง้า ภาษา วัฒนธรรม และ “จิตวิญญาณ” ของตนเอง
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
การพัฒนาที่แท้ไม่ใช่การก็อปปี้ตะวันตก แต่ต้องค้นหาเส้นทางที่งอกงามจากภายใน 23 สิงหาคม 2569 - ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต โพสต์เฟซบุกเรื่อง “โยฮันน์ ก็อทฟรีด ฟอน แฮร์เดอร์:
ผู้เริ่มชี้ว่าโลกไม่ได้มีเส้นทางเดินเส้นเดียว” ระบุว่าเมื่อครั้งที่ผมเรียน กับสอน ในมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้น เคยหลงใหลกับคัมภีร์ - ตำรา สังคมศาสตร์ตะวันตก จนอดคิดไม่ได้ว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ฝรั่งช่างมีวิธีคิดที่คมคาย เป็นระบบ และที่สำคัญ มี "ความมั่นใจ" อย่างสูงส่งว่า เส้นทางที่พวกเขาเดินมามิใช่เส้นทางของชนชาติใดหรือกลุ่มชาติใดๆ หากแต่เป็น "เส้นทางเดินเส้นทางเดียว"
ของมนุษยชาติทั้งมวล วิธีคิดสังคมศาสตร์ในยุคเรืองปัญญา (Enlightenment) ที่แผ่อำนาจมาจากโลกอังกฤษ-ฝรั่งเศสนั้น
มีหัวใจอยู่ที่ประกาศว่าสังคมที่พึงปรารถนานั้นต้องก้าวพ้นจากยุคจารีตที่งมงาย หมกมุ่นกับเรื่องจิตวิญญาณและศาสนา ไปสู่ยุคสมัยใหม่ที่ใช้ "เหตุผล" เป็นประทีปส่องทาง
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ใช่ความเชื่อทางจิตวิญญาณที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายถูกผลักให้เป็น "เรื่องส่วนตัว" จะเชื่ออย่างไรก็ได้ แต่อย่าเอามาก้าวก่ายพื้นที่สาธารณะ นี่ยังไม่นับการเชิดชู
"ปัจเจกนิยม" ขึ้นเป็นหลักการสูงสุด มนุษย์มิได้มีคุณค่าจากชาติกำเนิด กลุ่มสถานะ หรือหมู่เหล่าอาชีพอีกต่อไป หากแต่ทุกคนคือหน่วยมูลฐานที่มีเหตุผลและสิทธิเสรีภาพในตัวเอง
สังคมที่ดีจึงไม่ใช่สังคมที่ให้คนยึดโยงกับหมู่คณะ หากแต่เป็นสังคมที่ปลดปล่อยปัจเจกชนให้แสวงหาประโยชน์สุขส่วนตน และภายใต้ร่มธงของการ "ความเจริญ" เช่นนี้เอง
มุมมองและผลกระทบ
สิ่งที่ชั่งตวงวัดได้เท่านั้นจึงจะมีค่า— เช่น การขยายตัวเติบโตเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเพิ่มพลังการผลิตสืบเนื่องจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และการสะสมความมั่งคั่งทางวัตถุ ส่วนสิ่งใดวัดไม่ได้ สิ่งนั้นไม่นับว่าเป็นความก้าวหน้า ด้วยตรรกะเช่นนี้เอง อังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกา จึงมิใช่เพียงประเทศที่พัฒนาแล้ว หากแต่คือ
"จุดสุดยอด" หรือหนักไปกว่านั้นคือ "จุดจบ" ของประวัติศาสตร์ ในความหมายที่ว่า เมื่อสังคมใดเดินทางมาถึงสถานะนี้แล้ว ก็ไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาแบบแผนอื่นอีก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทั่วทั้งโลกต้องเดินตามเส้นทางเดียวกันนี้ สังคมใดไม่เดินตามคือ "ล้าหลัง" หรือ "ป่าเถื่อน" และจะต้องถูกทำให้ศิวิไลซ์ ผมเองก็เกือบจะเชื่ออย่างนั้นสนิทใจ ตราบกระทั่งมาพบ โยฮันน์
ก็อทฟรีด ฟอน แฮร์เดอร์ (Johann Gottfried von Herder) นักคิดเยอรมันผู้ตั้งปืนใหญ่ทางความคิด และยิงกระสุนนัดมหึมาเข้าใส่ป้อมปราการของสำนักคิดที่เห็นว่าโลกมีทางเดินเส้นเดียวนี้
แฮร์เดอร์สร้างความสะท้านสะเทือนให้แก่โลกสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา เขาพูดและเขียนเรื่องเหล่านี้มานานมากแล้ว เพียงแต่เราในไทยมักไม่ทราบ แฮร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



