ทน.นครราชสีมา จ่อทุ่มงบขุดตรวจโบราณคดีแนวกำแพงเมือง เป็นแลนด์มาร์คเชิงประวัติศาสตร์
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 16:58อ่าน 3 นาที

ทน.นครราชสีมา จ่อทุ่มงบขุดตรวจโบราณคดีแนวกำแพงเมือง เป็นแลนด์มาร์คเชิงประวัติศาสตร์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การดำเนินโครงการขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ด้านทิศตะวันออก (พลล้านต้านปัญจา) เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา โดยความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และ ทน.นครราชสีมา หลังสิ้นสุดการดำเนินงานเมื่อวันที่ 8
สิงหาคมที่ผ่านมา ขั้นตอนสุดท้ายได้กลบหลุมขุดตรวจบริเวณทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของหลุม TP.1 ความยาว 21.5 เมตร ความกว้าง 5 เมตร ระดับความลึกผิวดินที่ 653 cmdt./350 cms.
รายละเอียดเพิ่มเติม
กับระดับความลึกผิวดินที่ 623 cmdt./320 cms .(หน่วยวัดระดับความลึกในการขุดตรวจทางโบราณคดี)
ให้มีระดับผิวดินเสมอกับฐานแนวกำแพงเมืองนครราชสีมาและนำดินและอิฐส่งไปตรวจด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร
เพื่อหาค่าอายุของกำแพงเมืองและชั้นวัฒนธรรมนำมาเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์ทางโบราณคดีกับวัสดุที่ใช้ก่อสร้างกำแพงเป็นไทม์ไลน์ย้อนอดีตโคราช
สถานการณ์ล่าสุด
รวมทั้งได้ติดตั้งสแลนหรือตาข่ายกรองแสงปิดทับซากกำแพงเมืองและนำแผงกั้นจราจรมาวางล้อมรอบหลุมขุดตรวจป้องกันอันตราย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม
บริเวณพื้นที่โครงการขุดตรวจทางโบราณคดี ริม ถ.พลล้าน นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายก ทน.นครราชสีมา พร้อมนายธนภัทร จิตสุทธิพล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา นายสมเดช
ลีลามโนธรรม ผู้อำนวยกลุ่มโบราณคดี นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้นัดพูดคุยถึงแนวทางที่จะร่วมดำเนินการ
มุมมองและผลกระทบ
เบื้องต้นเห็นชอบให้ปรับปรุงภูมิทัศน์ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตัวเมืองเก่าโคราช นพ.วรรณรัตน์ นายก ทน.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เฟสแรกของการขุดค้นทางโบราณคดี
ทน.นครราชสีมา ได้จัดสรรงบ 500,000 บาท ส่วนเฟส 2 หลังพบแนวกำแพงเมืองโบราณคู่ขนานกับคูเมือง จะขออนุมัติงบ 3-4 แสนบาท ผ่านสภา ทน.นครราชสีมา เพื่อขุดต่อตลอดแนว 2 ข้างๆ ละ 40 เมตร
รวมทั้งว่าจ้างศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมืองของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการออกแบบ ฟื้นฟูเมืองและต้องมีการประชาพิจารณ์กับชาวโคราช
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เห็นด้วยกับแผนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแลนด์มาร์คในอนาคตหรือไม่ กรณีมีหน่วยงานราชการมาขอใช้พื้นที่ เราได้ขออนุญาตถูกต้องไม่ให้คืนแล้ว
จากนั้นคณะทั้งหมดได้เดินทางไปคูเมืองด้านทิศใต้ของเรือนจำกลางนครราชสีมา ตั้งอยู่ห่างจากประตูพลล้าน ประมาณ 500 เมตร
เดิมเป็นพื้นที่บ้านพักของบุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม หลังรื้อย้ายออก ได้พบแนวกำแพงอิฐโบราณถูกต้นโพธิ์อายุหลาย 100 ปี โอบล้อมไว้ นายกฯ และ ผอ.สน.ศิลปากรที่ 10
จึงได้พูดคุยหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



