ข้ามไปยังเนื้อหา

สส. ปชน. จี้รัฐบาลทบทวนนโยบายเมียนมา ต้อนรับ ‘มินอ่องหล่าย’ ได้แค่สัญญาว่างเปล่า

อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 14:43อ่าน 3 นาที

สส. ปชน. จี้รัฐบาลทบทวนนโยบายเมียนมา ต้อนรับ ‘มินอ่องหล่าย’ ได้แค่สัญญาว่างเปล่า
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (8 สิงหาคม) สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ในการต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ซึ่งเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในฐานะ ‘ผู้นำรัฐบาลพลเรือน’ ของเมียนมา โดยระบุว่า นี่เป็นการลงทุนทางการทูตที่มีความเสี่ยงสูง แต่กลับได้ผลลัพธ์เป็นเพียง ‘สัญญาที่ว่างเปล่า’

และอาจทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ สรศักดิ์ ชี้ถึง 3 ข้อบกพร่องของนโยบายการกลับมามีปฏิสัมพันธ์ทางการทูตอย่างมีจังหวะก้าวตามสถานการณ์ (Calibrated

รายละเอียดเพิ่มเติม

Re-engagement) ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มอดีตนักการทูตอาชีพและฝ่ายความมั่นคงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับระบอบทหารเมียนมา โดยมี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้กำกับทิศทางหลัก ประการแรก นโยบายนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานทางประวัติศาสตร์ว่า กองทัพเมียนมา (ตัดมาดอว์)

คือตัวแทนของชนชาติพม่า (บะหม่า) ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่และเป็นผู้กุมอำนาจปกครอง รวมถึงอธิปไตยส่วนกลางมาตั้งแต่อดีต

สถานการณ์ล่าสุด

จึงจำเป็นต้องประสานผลประโยชน์กับผู้คุมกลไกอำนาจรัฐส่วนกลางในเนปิดอว์เป็นหลัก แต่ปัญหาบริเวณชายแดนไทย-เมียนมามีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ประการที่สอง

รัฐบาลไทยกำลังฟอกตัวเผด็จการ การที่รัฐบาลไทยภายใต้การกำกับทิศทางของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ยอมเปิดประตูรับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ในฐานะผู้นำรัฐบาลพลเรือน

ถือเป็นต้นทุนมหาศาลที่ไทยต้องแลกมาด้วยจุดยืนร่วมของอาเซียนและระเบียบโลก หากไทยยอมโอนอ่อนเพื่อเป็น ‘สะพานเชื่อม’ แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมกลับคืนมา

มุมมองและผลกระทบ

เดิมพันนี้จะกลายเป็นความสูญเสียทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่รัฐสภาเมียนมาเคยมีมติปฏิเสธ ‘ฉันทามติ 5 ข้อ’ (5PC) ของอาเซียนอย่างเป็นทางการ ยิ่งไปกว่านั้น

สมมติฐานที่ว่ากองทัพเมียนมาคือศูนย์กลางอำนาจหนึ่งเดียวกำลังคลอนแคลนลงอย่างหนักจากความเพลี่ยงพล้ำทางการทหารในหลายพื้นที่

การเดิมพันกับเนปิดอว์ฝ่ายเดียวจึงเสี่ยงที่จะทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างสะพานเชื่อมกับฝ่ายอื่นๆ เช่น รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) หรือกองกำลังชาติพันธุ์ (EAOs) ที่กุมพื้นที่จริง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ประการสุดท้าย สิ่งที่รัฐบาลไทยได้รับกลับมาจากการเจรจามีเพียงกระดาษเปล่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความล้มเหลวในการจัดการวิกฤตสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย

โดยฝั่งเมียนมาได้ลบสาระสำคัญอย่างการเก็บตัวอย่างน้ำร่วมกัน (Joint Sampling) ออกจากร่างข้อตกลง (TOR) ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาความมั่นคงวิกฤต ทั้งศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์

และการพนันออนไลน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เช่น เมียวดี หรือชเวก๊กโก ตลอดจนต้นตอสารพิษจากการทำเหมืองแร่ในรัฐฉาน ต่างตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มทุนจีนและกองกำลังท้องถิ่น เช่น

กองกำลังทหารว้าแดง (UWSA) หรือ BGF ซึ่งเนปิดอว์ยอมรับเองว่าอยู่ ‘นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลกลาง’ การฝากความหวังไว้กับเนปิดอว์เพียงช่องทางเดียวจึงไม…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · สส. ปชน. จี้รัฐบาลทบทวนนโยบายเมียนมา ต้อนรับ ‘มินอ่องหล่าย’ ได้แค่สัญญาว่างเปล่า
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง