จิ๋วไทรโยค ลูกช้างป่าพลัดหลง ล้มแล้ว คาดไตวายเฉียบพลัน เฮ้งขอบคุณจนท.-สัตวแพทย์ ดูแลจนวาระสุดท้าย
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 07:32อ่าน 3 นาที

จิ๋วไทรโยค ลูกช้างป่าพลัดหลง ล้มแล้ว แม้ฮึดสู้เต็มที่ คาดไตวายเฉียบพลัน เฮ้งขอบคุณ จนท.อุทยาน-ทีมสัตวแพทย์ ดูแลจนวาระสุดท้าย จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน พบลูกช้างป่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“จิ๋วไทรโยค” อยู่บริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม จึงพร้อมด้วยชาวบ้านดำเนินเข้าช่วยเหลือด้วยเรือเนื่องจากเป็นพื้นที่ยาก
ลูกช้างมีสภาพอิดโรยและไม่พบโขลงช้างบริเวณนั้น คาดถูกทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงนอนเฝ้าเพื่อสังเกตพฤติกรรม และรอโขลงช้างมารับ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ช้างเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับ ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม ทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) และสัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี
ได้เข้าพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ลูกช้างป่า โดยเส้นทางการเข้าไปตรวจสอบต้องนั่งเรือเข้าไปยังจุดพบลูกช้างป่าใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง
ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ทีมสัตวแพทย์ได้ประเมินอาการลูกช้างเบื้องต้นพบมีสภาพอิดโรยมีแผลถลอกพุพอง และหลุมแผลหลายจุดในช่องปาก มีแผลคล้ายร้อนใน
สถานการณ์ล่าสุด
ขาดน้ำอย่างรุนแรง มีแผลที่สะดือ งวงมีแผลพุพอง มีเศษเนื้อตาย ไม่มีหนอง ไม่มีไข่แมลงวัน ปากเป็นแผลร้อนในขนาดเท่าเหรียญ 10 กินนมได้น้อย มีแมลงตอมที่บริเวณตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ
ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแดง อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือขาดน้ำ ถ่ายเหลวมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว สุขภาพอยู่ในแนวโน้มน่าเป็นห่วง
จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยคและอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง คืนวันที่ 3 ต่อเนื่องวันที่ 4
มุมมองและผลกระทบ
สิงหาคม สัตวแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และให้ดมออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการดูแลรักษา ลูกช้างป่ายังคงมีความพยายามต่อสู้
โดยยังสามารถกินนมได้ตามปกติทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ปริมาณครั้งละ 350-500 มิลลิลิตร แม้ในบางช่วงจะมีอาการอ่อนแรงสลับกับความพยายามลุกยืน แต่ยังมีอาการถ่ายเหลว และมีปัสสาวะสีเข้ม
จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ลูกช้างป่าได้นอนหลับและจากไปอย่างสงบ ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งทำการกู้ชีพอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ เบื้องต้นสัตวแพทย์สันนิษฐานว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สาเหตุน่าจะมาจาก “สภาวะไตวายเฉียบพลัน” โดยอ้างอิงจากผลการตรวจเลือดจากห้องแลป ประกอบกับอาจมีภาวะความผิดปกติของอวัยวะภายในมาแต่กำเนิด ทั้งนี้
ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการผ่าชันสูตรซาก พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า #ได้ทราบข่าวตอนตี4 ของวันนี้ ถึงกับต้องตื่นขึ้นมาโพสต์แจ้งเรื่องที่ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก
“น้องจิ๋วไทรโยค” ลูกช้างที่พลัดหลงจากโขลงได้จากพวกเราไปอย่างแล้วอย่างสงบครับ เจ้าหน้าที่และทีมแพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



