ทนายสุชาติ โต้โพสต์แซะไม่ใช่วิพากษ์ เดินหน้าฟ้องอาญา ‘ไอซ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 20:14อ่าน 3 นาที

ทนายสุชาติ โต้เดือด ไอซ์ รักชนก ยันเดินหน้าฟ้องคดีอาญา-จริยธรรม ชี้โพสต์แซะไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์สุจริต ด้านส.ส.ดังรับทราบข้อกล่าวหา ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17
ประเด็นสำคัญ
สิงหาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ได้เดินทางมายัง สน.ทองหล่อ โดยนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก สืบเนื่องจากกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น
แจ้งความดำเนินคดีข้อหาเผยแพร่ข้อมูลโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกตกใจ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทางฝ่าย ทนายความของนายสุชาติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาดูขั้นตอนการพิมพ์ลายนิ้วมือของ น.ส.รักชนก ซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีรวม 2 คดี ยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น
โดยจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมชี้แจงประเด็นที่อีกฝ่ายอ้างเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตว่า การโพสต์ถ้อยคำในลักษณะ “เถื่อน ถอย ชั่ว”
หรือการกล่าวหาเรื่องทุจริตรับสินบนนั้น ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ตามปกติ แต่เป็นการกล่าวหาและทำลายชื่อเสียง ทั้งนี้ยังเตรียมนำเรื่องยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.
สถานการณ์ล่าสุด
ให้ตรวจสอบประเด็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเพิ่มเติมด้วย ขณะที่ น.ส.รักชนก ได้ใช้เวลาเข้าพบพนักงานสอบสวนประมาณครึ่งชั่วโมง
ก่อนจะออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือตามขั้นตอนต่อหน้าสื่อมวลชนที่รอติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมให้สัมภาษณ์ยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยชี้แจงว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและใช้อำนาจรัฐ
ย่อมต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์หรือติชมได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากไม่สามารถอดทนต่อคำวิจารณ์ได้ก็ควรพิจารณาตัวเอง ลาออกจากตำแหน่งไปทำอาชีพอื่น ทั้งนี้
มุมมองและผลกระทบ
ตนพร้อมสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมและจะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่า ล่าสุด
รัฐมนตรี ปลัด และผู้ตรวจการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อกรรมาธิการด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้คณะผู้ร่าง TOR และคณะกรรมการประเมินผล
ซึ่งไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ต่อกรรมาธิการได้ มาเป็นผู้ชี้แจงแทน ตนจึงเห็นว่าบุคคลระดับผู้บริหารควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการมาชี้แจงและส่งมอบเอกสารสำคัญ 3 รายการที่เคยร้องขอไป ได้แก่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ข้อเสนอเชิงเทคนิค (Proposal) เกณฑ์การให้คะแนน และสัญญาฉบับแก้ไข แทนที่จะหลีกเลี่ยงหรือออกเอกสารชี้แจงข่าวที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งนี้
หากมีการเปิดตัวและให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนใช้งานโครงการเมื่อใด ตนจะนำเรื่องเข้ายื่นต่อ ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



