“นพดล” ชี้ “พล.ต.ท.เรวัช” กล้าจุดประเด็นครูพกปืน ป้องกันเหตุยิงในโรงเรียน แต่ต้องถูกกฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 19:25อ่าน 3 นาที

“นพดล” ชี้ “พล.ต.ท.เรวัช” กล้าจุดประเด็นครูพกปืน ป้องกันเหตุยิงในโรงเรียน แต่ต้องถูกกฎหมาย ชี้โจทย์ที่สำคัญกว่า ไม่ใช่แค่ถามว่า ครูควรมีปืนมั้ย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แต่ต้องถามว่า ประเทศไทยจะสร้างระบบอย่างไร เพื่อไม่ให้ครูและเด็กต้องเผชิญหน้ากับกระบอกปืนตั้งแต่แรก วันที่ 9 ส.ค.69 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)
ผู้แทนภาคประชาชน และอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวว่า หลังเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีคำถามดังขึ้นในสังคมไทยอีกครั้งว่าถ้าตำรวจไปไม่ทัน ใครจะปกป้องเด็ก คำถามนี้ไม่มีใครควรมองข้าม และเมื่อ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส.
เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ครูสามารถมีอาวุธปืนเพื่อป้องกันเหตุร้ายในโรงเรียนได้ ตนขอชื่นชม พล.ต.ท.เรวัช ที่กล้าเสนอประเด็นซึ่งอาจมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
แต่เป็นข้อเสนอที่มีคุณค่าในแง่ของการกระตุ้นให้สังคมหันกลับมาคิดอย่างจริงจังเรื่องความปลอดภัยของครูและนักเรียน สิ่งสำคัญคือ พล.ต.ท.เรวัช ไม่ได้เพียงตั้งคำถามเรื่องอาวุธปืน
สถานการณ์ล่าสุด
หากแต่ทำให้สังคมเห็นช่องว่างของ “ช่วงเวลาวิกฤต” ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ควรมองข้าม “ผมจึงเห็นว่าข้อเสนอของท่านเรวัช
ควรถูกนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบระบบความปลอดภัยที่รอบด้านมากขึ้น ทั้งการป้องกันก่อนเกิดเหตุ การควบคุมอาวุธ การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การฝึกซ้อม
และการดึงภาคประชาชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะบางครั้งข้อเสนอที่ทำให้สังคมถกเถียง
มุมมองและผลกระทบ
ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายที่ทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นได้เช่นกัน” ผศ.ดร.นพดล กล่าว ผศ.ดร.นพดล กล่าวต่อว่า ข้อเสนอนี้จึงได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว
สำหรับตนไม่อยากรีบเริ่มต้นด้วยคำว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” อยากเริ่มต้นด้วยคำว่า “รับฟัง” เพราะไม่ว่าคนในสังคมจะเห็นต่างกันเพียงใด
เชื่อว่าจุดตั้งต้นของข้อเสนอคือความห่วงใยต่อชีวิตของครูและนักเรียน และความกังวลต่อ ช่วงเวลาวิกฤตระหว่างนาทีที่เหตุร้ายเริ่มต้น กับนาทีที่ตำรวจเดินทางไปถึง แต่เมื่อเรารับฟังแล้ว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
คิดว่าเราต้องกล้าตั้งคำถามให้ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เพียงว่า “ครูควรมีปืนหรือไม่” แต่ต้องถามว่า “ประเทศไทยจะสร้างระบบอย่างไร
เพื่อไม่ให้ครูและเด็กต้องเผชิญหน้ากับกระบอกปืนตั้งแต่แรก” นี่ต่างหากคือโจทย์ที่ตนคิดว่าสำคัญกว่า ปืนหนึ่งกระบอกของคนร้าย ไม่ควรนำไปสู่คำตอบง่ายๆ ว่า ต้องมีอีกกระบอกหนึ่ง
เพราะโรงเรียนไม่เหมือนสถานที่ทั่วไป ทุกเช้า พ่อแม่จำนวนมหาศาลส่งสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของตนเองผ่านประตูโรงเรียนเข้าไป แล้วฝากความไว้วางใจไว้กับครูและระบบของรัฐว่า
ลูกของเขาจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า ดังนั้น การนำอาวุธปืนเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมของเด็…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



