ดร.นพดล หนุนนโยบายจัดระเบียบอาวุธ ให้คนเข้าถึงปืนเถื่อนยากขึ้น ชม เรวัช กล้าเปิดประเด็นครูพกปืน
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 16:54อ่าน 3 นาที

‘นพดล’ ชี้ ‘เรวัช’ กล้าจุดประเด็นครูพกปืน ป้องกันกราดยิงซ้ำ แต่ต้องถูกกฎหมาย ฟื้นความเชื่อมั่นประชาชนยั่งยืน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน และอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวว่า
หลังเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มีคำถามดังขึ้นในสังคมไทยอีกครั้งว่าถ้าตำรวจไปไม่ทัน ใครจะปกป้องเด็ก คำถามนี้ไม่มีใครควรมองข้าม และเมื่อ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร
รายละเอียดเพิ่มเติม
อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ครูสามารถมีอาวุธปืนเพื่อป้องกันเหตุร้ายในโรงเรียนได้ ตนขอชื่นชม พล.ต.ท.เรวัช
ที่กล้าเสนอประเด็นซึ่งอาจมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เป็นข้อเสนอที่มีคุณค่าในแง่ของการกระตุ้นให้สังคมหันกลับมาคิดอย่างจริงจังเรื่องความปลอดภัยของครูและนักเรียน สิ่งสำคัญคือ
พล.ต.ท.เรวัชไม่ได้เพียงตั้งคำถามเรื่องอาวุธปืน หากแต่ทำให้สังคมเห็นช่องว่างของ “ช่วงเวลาวิกฤต” ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ควรมองข้าม
สถานการณ์ล่าสุด
“ผมจึงเห็นว่าข้อเสนอของท่านเรวัชควรถูกนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบระบบความปลอดภัยที่รอบด้านมากขึ้น ทั้งการป้องกันก่อนเกิดเหตุ การควบคุมอาวุธ การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน
การฝึกซ้อม และการดึงภาคประชาชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เพราะบางครั้งข้อเสนอที่ทำให้สังคมถกเถียงก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายที่ทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นได้เช่นกัน” ผศ.ดร.นพดลกล่าว ผศ.ดร.นพดลกล่าวต่อว่า
มุมมองและผลกระทบ
ข้อเสนอนี้จึงได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว สำหรับตนไม่อยากรีบเริ่มต้นด้วยคำว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย”อยากเริ่มต้นด้วยคำว่า “รับฟัง” เพราะไม่ว่าคนในสังคมจะเห็นต่างกันเพียงใด
เชื่อว่าจุดตั้งต้นของข้อเสนอคือความห่วงใยต่อชีวิตของครูและนักเรียน และความกังวลต่อ ช่วงเวลาวิกฤตระหว่างนาทีที่เหตุร้ายเริ่มต้น กับนาทีที่ตำรวจเดินทางไปถึง แต่เมื่อเรารับฟังแล้ว
คิดว่าเราต้องกล้าตั้งคำถามให้ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เพียงว่า “ครูควรมีปืนหรือไม่” แต่ต้องถามว่า “ประเทศไทยจะสร้างระบบอย่างไร เพื่อไม่ให้ครูและเด็กต้องเผชิญหน้ากับกระบอกปืนตั้งแต่แรก”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
นี่ต่างหากคือโจทย์ที่ตนคิดว่าสำคัญกว่า ปืนหนึ่งกระบอกของคนร้าย ไม่ควรนำไปสู่คำตอบง่ายๆ ว่า ต้องมีอีกกระบอกหนึ่ง เพราะโรงเรียนไม่เหมือนสถานที่ทั่วไป ทุกเช้า
พ่อแม่จำนวนมหาศาลส่งสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของตนเองผ่านประตูโรงเรียนเข้าไป แล้วฝากความไว้วางใจไว้กับครูและระบบของรัฐว่า ลูกของเขาจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า ดังนั้น
การนำอาวุธปืนเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมของเด็ก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านการป้องกันตัวหรือป้องกันเหตุร้าย จำเป็นต้องคิดอย่างละเอียดที่สุด ใครเป็นผู้ถือใครเป็นผู้อนุญาต
ฝึกมากเพียงใดเก็บอาวุธอย่างไรหากเด็กเข้าถึงอาวุธจะทำอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



