ท็อปส์ จดลิขสิทธิ์ แคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” ตอกย้ำลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 18:14อ่าน 3 นาที

ท็อปส์ ตอกย้ำสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” หลังสร้างยอดซื้อต่อตะกร้าเพิ่ม 15% ลูกค้ากลับมาช้อปถี่ขึ้น 16% ลูกค้าใหม่เพิ่ม 13% เดินหน้าต่อยอดสู่ “ท็อปส์
ประเด็นสำคัญ
แปะอะไรก็ลด พลัส” ฉลอง 58 ปี ผนึกกว่า 200 แบรนด์พันธมิตร เติมส่วนลดสูงสุด 30% หวังกระตุ้นกำลังซื้อครึ่งปีหลัง ตั้งเป้ายอดขายแคมเปญโต 30% วันที่ 20 ส.ค. 2569 ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล
รีเทล ได้ตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” ด้วยการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาทางการตลาดของแบรนด์ หลังสร้างสถิติใหม่ (นิวไฮ) ทั้งในมุมยอดขายต่อตะกร้าสูงถึง
รายละเอียดเพิ่มเติม
15% สร้างลูกค้าใหม่ถึง 13% และกระตุ้นลูกค้าให้ช้อปถี่ขึ้นถึง 16% ในช่วงเดือนมี.ค.–เม.ย. 2569 ด้วยแนวคิดกลยุทธ์ Customer Empowerment ที่เปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดโปรโมชั่น
สู่การให้อิสระลูกค้าเลือกใช้ส่วนลดกับสินค้าที่ต้องการ และสร้างความคุ้มค่าได้ในแบบของตัวเอง ล่าสุด เพื่อฉลองครบรอบ 58 ปี ท็อปส์นำแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด”
มายกระดับความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบและต่อยอดกลยุทธ์ในรูปแบบ Gamification เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแคมเปญให้มากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยแคมเปญ “ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด
สถานการณ์ล่าสุด
พลัส” รุกกระตุ้นการจับจ่ายช่วงครึ่งปีหลัง ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ตอบโจทย์นักช้อปที่ต้องการบริหารความคุ้มค่าในแบบของตัวเอง ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 2569
พร้อมตั้งเป้ายอดขายแคมเปญเติบโตขึ้น 30% นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด
ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “หนึ่งในสิ่งที่ทำให้สติ๊กเกอร์แคมเปญ ‘แปะอะไรก็ลด’ แตกต่างจากโปรโมชั่นทั่วไป คือการเปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดส่วนลด
มุมมองและผลกระทบ
มาให้อิสระลูกค้าเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะใช้ส่วนลดกับสินค้าใด กลไกที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์นี้ทำให้แคมเปญได้รับการตอบรับและจดจำจากลูกค้า จนกลายเป็นหนึ่งในแคมเปญซิกเนเจอร์ของท็อปส์
วันนี้เราจึงก้าวไปอีกขั้นด้วยการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการตลาดของแคมเปญ อย่างไรก็ดีเพื่อสะท้อนคุณค่าของแนวคิดที่ท็อปส์ริเริ่มและพัฒนาขึ้น
และต่อยอดให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ที่สร้างความแตกต่างในการแข่งขันระยะยาว “จากผลลัพธ์ที่ผ่านมาเราเห็นได้ชัดว่ากลยุทธ์การมอบอำนาจในการเลือกให้ลูกค้า หรือ Customer
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
Empowerment ผนวกกับกลไกการออกแบบแคมเปญให้คนรู้สึกอยากมีส่วนร่วม แบบ Gamification ทำให้แคมเปญได้รับการตอบรับอย่างดี ลูกค้าสนุกกับการเลือกส่วนลดสำหรับสินค้าที่ตัวเองพึงพอใจได้เอง
สร้างคุณค่าได้ทั้งในมิติของประสบการณ์ลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ” นายจักรกฤษณ์ กล่าวและว่าโดยเฉพาะในวันที่ผู้บริโภคมีการวางแผนและพิจารณาการใช้จ่ายมากขึ้น
สอดคล้องกับผลการศึกษา THAI SMARTSUMER 2026 ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่พบว่า ผู้บริโภคไทยทุกเจเนอเรชันกว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



