เปลี่ยน “ขี้ยาง” ราคาหลักสิบ สู่ “หวายเทียมรักษ์โลก” เพิ่มมูลค่ายางไทยกว่า 30 เท่า
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 00:04อ่าน 3 นาที

"ขี้ยาง" หรือ ยางก้อนถ้วย ที่เกษตรกรเคยจำหน่ายได้เพียง 15 – 25 บาทต่อกิโลกรัม วันนี้ได้รับการพัฒนาผ่านโครงการวิจัย ที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA
ประเด็นสำคัญ
สนับสนุนทุนจนกลายเป็น “เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ”วัสดุนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมูลค่าสูง ช่วยยกระดับราคารับซื้อยางก้อนถ้วยเป็น 30 – 50 บาทต่อกิโลกรัม
และเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่การผลิตจากยางก้อนถ้วยสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางได้มากกว่า 30 เท่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการเปลี่ยนวัตถุดิบราคาต่ำให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่สร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจใหม่ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล
ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางธรรมชาติรายสำคัญของโลก มีพื้นที่ปลูกยางกว่า 23.8 ล้านไร่
และมีเกษตรกรชาวสวนยางมากกว่า 1.7 ล้านราย แต่ยางส่วนใหญ่ยังจำหน่ายในรูปวัตถุดิบที่มีราคาผันผวนตามตลาดโลก ความท้าทายของอุตสาหกรรมยางพาราไทยจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
แต่อยู่ที่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ คือ การขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหวายเทียมกลิ่นหอม ทนเชื้อรา แบคทีเรีย แสงแดด และรังสียูวี จากยางธรรมชาติผสมเทอร์โมพลาสติก ซึ่ง ARDA สนับสนุนทุนวิจัยกับ
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
มุมมองและผลกระทบ
ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาของเกษตรกรในจ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่จำหน่ายยางก้อนถ้วยในราคาต่ำ
ขณะที่วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเครื่องจักสานกลับประสบปัญหาขาดแคลนหวายธรรมชาติและมีต้นทุนสูง ทางคณะวิจัยฯ จึงพัฒนา เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ เพื่อเป็นวัตถุดิบทดแทนที่ผลิตได้ภายในประเทศ
และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราไทย ผลจากการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพสูง มีราคารับซื้อ 30 – 50 บาทต่อกิโลกรัม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ขณะที่วิสาหกิจชุมชนสามารถผลิตเส้นหวายเทียมได้ 250–300 กิโลกรัมต่อวัน สร้างมูลค่าการจำหน่ายไม่น้อยกว่า 7,500 บาทต่อวัน ก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น กระเช้าผลไม้ โซฟา เก้าอี้
โคมไฟ ซึ่งตอบโจทย์ตลาดเฟอร์นิเจอร์ โรงแรม รีสอร์ต และงานตกแต่งภายในที่ต้องการวัสดุทดแทนหวายธรรมชาติ โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อชิ้น นอกจากนี้
ทางโครงการยังเชื่อมโยงเครือข่าย 3 วิสาหกิจชุมชน ในจ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ ไปจนถึงตลาดปลายทาง
ตอกย้ำว่างานวิจัยสามารถยกระดับสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงสร้างอุตสาหกรรมชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



