นายกสมาคมห้องสมุดฯ ค้าน รัฐบาล ปรับลด-ยุบตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ วิชาชีพเฉพาะ-คลังปัญญาชาติ
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 18:26อ่าน 3 นาที

นายกสมาคมห้องสมุดฯ ค้าน รัฐบาล ปรับลด-ยุบตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ ชี้เป็นวิชาชีพเฉพาะ เตือนกระทบ คลังปัญญาของชาติ-ภาพลักษณ์ประเทศ แนะทำประชาพิจารณ์ 12 ส.ค. 69 – ศ.ดร.น้ำทิพย์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
วิภาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เสนอถึงแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานะทางการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำอยู่ที่ 70% เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในสัดส่วนที่สูงมาก ดังนั้น
การดำเนินการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการ ตรึงอัตราข้าราชการ ชะลอบรรจุ ทยอยเลิก 11 ประเภทงาน หากเกษียณอายุ ว่า
ตนเห็นด้วยกับหลักการ การปฏิรูประบบราชการ แต่ไม่เห็นด้วยกับการยุบตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่ง บรรณารักษ์
สถานการณ์ล่าสุด
ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการคลังความรู้ ข้อมูล สารสนเทศ และคลังปัญญาของชาติ ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าวต่อว่า บทบาทของบรรณารักษ์ ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง
สังคมยุคนี้เป็นยุคไฮบริด ที่มีการจัดการทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลดิจิทัล ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติงานในห้องสมุดดิจิทัลไม่ใช่กลุ่มงานไอทีทั่วไป แต่คือบรรณารักษ์
ที่ผ่านการฝึกอบรมและเรียนจบด้านบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์โดยตรง รวมถึงสถาบันการศึกษาทั่วประเทศได้มีการปรับหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง
มุมมองและผลกระทบ
การยุบตำแหน่งนี้จึงไม่ต่างจากการยุบตำแหน่งแพทย์หรือพยาบาลในโรงพยาบาล เพราะบรรณารักษ์เป็นงานวิชาชีพเฉพาะที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำแทนได้ “การที่รัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ออกประกาศมาตรการดังกล่าว โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ หรือสอบถามความคิดเห็นจากสถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน สะท้อนว่าภาครัฐยังขาดข้อมูลเบื้องต้นที่เพียงพอ
อีกทั้งอัตรากำลังของบรรณารักษ์ ในระบบราชการมีจำนวนเพียงเล็กน้อย ไม่ได้สร้างภาระงบประมาณจนทำให้รัฐบาลประหยัดงบได้มหาศาล ซึ่งการไปตัดลดองค์กรหรือวิชาชีพเล็กๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ที่มีความสำคัญต่อการจัดการข้อมูลและการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และอยากฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลให้มีการทบทวนในเรื่องนี้
รวมถึงควรสอบถามความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าว ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีห้องสมุดทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง ทั้งห้องสมุดประชาชนประมาณ
800-900 แห่ง และห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษากว่า 150 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต้องมีบรรณารักษ์อย่างน้อย 1 คน ห้องสมุดถือเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นจุดพักใจ
และช่วยลดปัญหาสังคมในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมห้องสมุดฯ กำลังร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



