ผบ.ตร. สั่งสอบปมพยานชี้ "ป๋อง" เป็นสายตำรวจ ยันฟันอาญาไม่เว้นแม้เกษียณ
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 00:09อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 ส.ค.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาฆาตกรรมต่อเนื่อง 5 ศพ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ "ป๋อง" และตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง เริ่มตั้งแต่การสอบสวนเบื้องต้น การขยายผลติดตามหาชาวต่างชาติที่เสียชีวิต
ตลอดจนการสืบสวนย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
บุคคลที่เคยพ้นโทษออกมาแล้ว ยังมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมชั่วร้ายเช่นนี้ ไม่ควรจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ไปตามขั้นตอนอย่างรัดกุม
ปัจจุบันผู้ต้องหาทั้ง 4 คน อยู่ในอำนาจการฝากขังของศาล ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จนนำไปสู่การค้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมรวมเป็น 5 ศพ ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ มูลเหตุจูงใจหรือกรณีที่มีบุคคลสูญหายเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ ยินดีรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน โดยสั่งการไปยัง รอง ผบ.ตร.
สถานการณ์ล่าสุด
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ให้เร่งสืบสวนขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความรัดกุมที่สุด สั่งสอบด่วนปมพยานแฉ "ป๋อง" เป็นสายตำรวจ
กรณีพยานออกมาเปิดเผยว่า ป๋องเคยทำงานเป็นสายลับหรือ "สาย" ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ตนได้รับทราบข้อมูลจากการติดตามข่าวสารเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
และสั่งการทันทีให้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เข้าไปอำนวยความสะดวกในการรับคำร้องทุกข์ จากผู้ให้ข้อมูลเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินคดี แม้เหตุการณ์จะเกิดในพื้นที่อื่นก็ตาม
มุมมองและผลกระทบ
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เป็นการระบุพฤติการณ์ย้อนหลังไปประมาณ 10 ปี คือในช่วงปี 2556-2559 ในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ ซึ่งขณะนี้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
เร่งตรวจสอบว่ามีตำรวจนายใดเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือมีการว่าจ้างกลุ่มบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ผบ.ตร. ยืนยันว่า หากพบพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดโดยไม่ปกป้องใคร ทั้งนี้
หากพบว่าตำรวจนายดังกล่าวเกษียณอายุราชการไปแล้ว แม้การดำเนินการทางวินัยจะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2565 แต่ในทางคดีอาญานั้น ไม่มีการขาดอายุความอย่างแน่นอน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด ชี้การใช้ "สายลับ" เป็นหลักสากล เตรียมเพิ่มมาตรการคัดกรองเข้ม ผบ.ตร. อธิบายเพิ่มเติมถึงหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า
ในการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความมั่นคงตามหลักสากลทั่วโลก การใช้ "สายลับ" เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและวางแผนการทำงานถือเป็น "เรื่องปกติ" ของการสืบสวน อย่างไรก็ตาม
การกล่าวถึงหลักการนี้ ไม่ได้หมายความรวมถึงเคสของป๋องแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตั้งกรรมก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



