นักวิชาการหนุน ‘ลาปวดประจำเดือน’ ชี้ต้องแก้กม.แรงงาน สร้างความเข้าใจ-ลดตีตราลูกจ้างหญิง
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09:30อ่าน 3 นาที

นักวิชาการหนุน ‘ลาปวดประจำเดือน’ ชี้ต้องแก้กม.แรงงาน สร้างความเข้าใจ-ลดตีตราลูกจ้างหญิง ผศ.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กล่าวถึงประเด็นนโยบายการเพิ่มวันลาป่วย กรณีปวดท้องประจำเดือนในลูกจ้างหญิง ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานมากกว่าระบบประกันสังคม ดังนั้น หากมีการผลักดันนโยบายดังกล่าว
อาจเกิดข้อถกเถียงเรื่องการใช้เงินกองทุนประกันสังคมมารองรับสิทธิแทนภารกิจของรัฐ ผศ.กฤษฎา กล่าวว่า ร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ได้มีเพียงสิทธิการลาปวดประจำเดือน
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ยังครอบคลุมการห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 111 เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานในภาพรวม
“ส่วนข้อเสนอให้ลาปวดประจำเดือนได้ 3 วัน มาจากการรับฟังข้อมูลของแรงงานหญิงที่สะท้อนว่า ช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน เป็นช่วงที่มีอาการปวดรุนแรง
และหลายประเทศเริ่มมีกฎหมายรองรับสิทธิดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม การออกแบบนโยบายจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบควบคู่กัน แม้มีเป้าหมายสร้างความเท่าเทียมทางเพศ แต่หากดำเนินการไม่รอบคอบ
สถานการณ์ล่าสุด
อาจยิ่งตอกย้ำภาพจำว่า ผู้หญิงอ่อนแอหรือมีข้อจำกัดในการทำงาน จนนำไปสู่การเลือกปฏิบัติในการรับเข้าทำงาน การเลื่อนตำแหน่ง และการปรับค่าจ้าง” ผศ.กฤษฎา กล่าว ผศ.กฤษฎา กล่าวว่า
ไม่ควรมองการปวดประจำเดือนเป็น “อาการเจ็บป่วย” เพราะเป็นความแตกต่างทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติของผู้หญิง ซึ่งแต่ละคนมีระดับความรุนแรงของอาการแตกต่างกัน บางรายอาจปวดจนไม่สามารถทำงานได้
2-3 วัน จึงไม่ควรกำหนดให้ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เป็นเงื่อนไขในการใช้สิทธิ เพราะจะสร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ลูกจ้าง การผลักดันนโยบายควรอาศัย “การเจรจาทางสังคม” ระหว่างภาครัฐ นายจ้าง
มุมมองและผลกระทบ
ลูกจ้าง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและเปิดพื้นที่ให้สังคมพูดคุยเรื่องประจำเดือนอย่างตรงไปตรงมา ลดอคติทางเพศที่ยังฝังอยู่ในสังคม
รวมถึงคำนึงถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ด้วย “นอกจากนี้ ยังอ้างอิงงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาที่พบว่า ผู้หญิงร้อยละ 49.3 กังวลว่าการลาปวดประจำเดือน
อาจทำให้ผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานมองว่าไม่มีความทุ่มเทหรือมีประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่า ส่งผลต่อโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งและความก้าวหน้าในอาชีพ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานสากลเกี่ยวกับสิทธิการลาปวดประจำเดือน แต่หลายประเทศเริ่มมีแนวปฏิบัติและข้อมูลที่ชี้ว่า การให้สิทธิลา 2-3 วัน
ช่วยให้แรงงานหญิงฟื้นตัวและสร้างความผูกพันต่อองค์กรมากขึ้น” ผศ.กฤษฎา กล่าวและว่า หากประเทศไทยสามารถผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นได้
จะถือเป็นพัฒนาการสำคัญของการคุ้มครองสิทธิแรงงาน แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างความเข้าใจของสังคม
เพื่อไม่ให้สิทธิดังกล่าวกลายเป็นเหตุแห่งการตีตราหรือการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในตลาดแรงงาน
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



