ไกล่เกลี่ยลงตัว อดีตเจ้าอาวาสรับเข้าใจผิด เจ้าภาพยักยอกเงินกฐินวัดเวฬุวัน
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 17:50อ่าน 3 นาที

ไกล่เกลี่ยลงตัว อดีตเจ้าอาวาสรับเข้าใจผิด คดีกล่าวหาเจ้าภาพยักยอกเงินกฐินวัดเวฬุวัน ยอมแถลงขออโหสิกรรม กลางศาลจังหวัดระนอง วันที่ 15 ส.ค.2569 จากกรณีที่พระครูภัทรสรคุณ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อดีตเจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นและแจ้งความดำเนินคดี โดยกล่าวหา คณะเจ้าภาพทอดกฐิน ปี 2567 ประกอบไปด้วยนายธนิต บัวเขียว
นายพิชัย อ่อนเทศ และนายสุวิทย์ จันทร์แจ้ง ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ โดยกล่าวว่าเอาเงินทอดกฐินจำนวน 1,313,331.99 บาท ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม
ต่อมาบุคคลทั้งสามที่ถูกกล่าวหาได้ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระครูภัทรสรคุณ อดีตเจ้าอาวาส วัดเวฬุวัน ต่อศาลจังหวัดระนองในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลมีคำสั่งรับฟ้องในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ส่วนข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาศาลได้ยกฟ้อง ซึ่งโจทก์ทั้งสามได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา
คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 และเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดระนองได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในคดีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ก่อนการสืบพยาน
สถานการณ์ล่าสุด
ศาลได้ดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ย คู่ความทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่าฝ่ายจำเลย (พระครูภัทรสรคุณ) ได้แถลงต่อศาล ว่าโจทก์ทั้งสามได้รวบรวมปัจจัย จากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา
เพื่อให้การก่อสร้างอุโบสถของวัดเวฬุวันฯ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ตามวัตถุประสงค์ ที่ผ่านมา จำเลย (พระครูภัทรสรคุณ) ในฐานะเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้แทนของวัด
พยายามปกป้องดูแลรักษาผลประโยชน์ของวัด อย่างเต็มกำลังความสามารถ ในตอนแรกเข้าใจเจตนาของโจทก์ทั้งสามผิดไป แต่เมื่อได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏแล้ว พบว่าโจทก์ทั้งสาม
มุมมองและผลกระทบ
ไม่เคยนำปัจจัยที่ได้รับจากการทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2567 ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนแม้แต่น้อย แต่โจทก์ทั้งสาม ได้รวบรวมเก็บรักษา และนำปัจจัยไปใช้จ่าย ในการก่อสร้างอุโบสถ
ตามวัตถุประสงค์ และตามเจตนาอันบริสุทธิ์ของโจทก์ทั้งสามมาตั้งแต่ต้น สิ่งใดที่ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายทั้งโดยเจตนาหรือโดยไม่เจตนา จำเลย (พระครูภัทรสรคุณ)
ขออโหสิกรรมจากโจทก์ทั้งสาม โดยยินยอมให้โจทก์ทั้งสามใช้รายงานกระบวนพิจารณาของศาล ในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนและชาวบ้านในท้องที่เพื่ออธิบายชี้แจงตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อคู่ความทั้งสองฝ่ายสามารถปรับความเข้าใจกันได้และโจทก์ทั้งสาม ไม่ประสงค์ที่จะดำเป็นคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงอนุญาตให้โจทก์ทั้งสามถอนฟ้องจำเลยได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ส.ค.69 นายสุวิทย์ จันทร์แจ้ง (โจทก์ร่วมที่ 3) และในฐานะสมาชิกสภาเทศบาลตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กล่าวว่า
ที่ผ่านมาตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการเงินของคณะเจ้าภาพทอดกฐินปี 2567 ที่ได้รับอนุญาตจากพระครูพระครูภัทรสรคุณ ให้เปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรวบรวมปัจจัย จากผู้มีจิตศรัทธา
นำมาดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถของวัดเวฬุวันฯ ได…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



