ไทย โต้ กัมพูชา สวนเดือด ไม่ใช่ ‘ตำรวจอาเซียน’ อย่าใช้ดินแดน บังอาชญากรรมข้ามชาติ ลั่น ไม่เพิกเฉย
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 01:11อ่าน 3 นาที

ไทย โต้ กัมพูชา สวนเดือด ไม่ใช่ “ตำรวจอาเซียน” ไม่ได้ก้าวก่ายกิจการภายในเขมร ย้ำ “เขตแดน-สแกมเมอร์” คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดน บังอาชญากรรมข้ามชาติ ลั่น ไม่เพิกเฉยเด็ดขาด 18 สิงหาคม
ประเด็นสำคัญ
2569 – พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่า ไทยทำตัวเป็น “ตำรวจอาเซียน”
ว่า ประเทศไทยไม่ได้ทำตัวเป็น ตำรวจอาเซียน และไม่ได้ก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศใด แต่ไทยจะไม่เพิกเฉยต่อ อาชญากรรมข้ามชาติ ที่ทำร้ายประชาชนไทย ประชาชนอาเซียน และประชาชนทั่วโลก
รายละเอียดเพิ่มเติม
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อกล่าวหา โดยเรื่องอธิปไตยคือเรื่องอธิปไตย เรื่องสแกมเมอร์ คือเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ และเรื่องเมียนมาคือ
กระบวนการทางการทูตและกลไกอาเซียน ทั้ง 3 เรื่อง ไม่ควรถูกนำมาปะปนกันเพื่อสร้างข้อกล่าวหาว่าประเทศไทยมีเจตนาอื่นแอบแฝง เมื่อถามถึงกรณีที่ทาง กัมพูชากล่าวหาว่า ไทยทำตัวเป็น
“ตำรวจอาเซียน” และใช้เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างเพื่อบุกรุกกัมพูชา ผอ.JIC กล่าวว่า ควรกลับมาดูข้อเท็จจริงมากกว่าการใช้ถ้อยคำทางการเมือง
สถานการณ์ล่าสุด
โดยประเทศไทยไม่เคยประกาศตัวว่าเป็นตำรวจของอาเซียน และไทยเคารพอธิปไตยของประเทศสมาชิกทุกประเทศ “แต่สแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่กิจการภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง
เพราะผู้เสียหายอยู่ทั่วโลก มีทั้งการฉ้อโกง การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และอาชญากรรมข้ามชาติหลายรูปแบบ” ดังนั้น การปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ไม่ใช่การก้าวก่ายใคร
แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ เมื่อถามย้ำถึงกรณีที่กัมพูชาระบุว่า ไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างในเรื่องดินแดน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด โดยข้อพิพาทหรือประเด็นเกี่ยวกับเขตแดนต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลง และกลไกที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ อย่านำเรื่องอาชญากรรมมาบังเรื่องเขตแดน และในทางกลับกัน ก็อย่านำเรื่องเขตแดนมาใช้เป็นเกราะกำบังให้อาชญากรรมข้ามชาติ
ประเทศไทยพร้อมพูดคุยเรื่องเขตแดนด้วยข้อเท็จจริงและกลไกที่มีอยู่ แต่ในเวลาเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ปกป้องประชาชนจากเครือข่ายอาชญากรรม ส่วนกรณีที่ถามว่า ไทยมีหลักฐานหรือไม่ว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สแกมเมอร์เป็นปัญหาระดับโลก ผอ.JIC กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงประเทศไทยที่พูด เพราะองค์กรระหว่างประเทศ และหลายประเทศทั่วโลกต่างยอมรับตรงกันว่า Scam Centres
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการค้ามนุษย์ที่ร้ายแรง “เพราะฉะนั้น แทนที่จะถามว่า ‘ประเทศไทยมีสิทธิ์ไปปราบหรือไม่’
ผมคิดว่าคำถามที่ประชาคมโลกอยากได้คำตอบมากกว่าคือ เราจะร่วมมือกันอย่างไร เพื่อไม่ให้พื้นที่ใดในอาเซียนกลายเป็น ที่หลบภัย (Safe Haven) ของอาชญากรรมข้ามชาติ
ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ รวมถึงกัมพูชา” ส่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



