จูหรงจี อดีตนายกฯ จีนผู้ล่วงลับ เส้นทางผู้นำนักปฏิรูป กล้าสร้างการเปลี่ยนแปลง แม้มี ‘แรงต้าน’
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 13:01อ่าน 3 นาที

“แม้เบื้องหน้าจะเป็นทุ่นระเบิดหรือหุบเหว ผมก็จะเดินตรงไปข้างหน้าแบบไม่ลังเล ไม่หันหลังกลับ” และ “เตรียมโลงศพ 100 โลง โดย 99 โลงสำหรับเจ้าหน้าที่ทุจริต และอีกหนึ่งโลงสำหรับตัวผมเอง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ถ้าผมทำผิด” ทั้ง 2 ประโยคนี้ คือ คำกล่าวของผู้นำจีนนักปฏิรูปที่ผู้เขียนชื่นชมมากที่สุด ชื่นชมในความกล้าหาญรื้อระบบเก่า เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า เขาคือ จูหรงจี (Zhu Rongji)
ผู้ล่วงลับ อดีตนายกรัฐมนตรีจีน เป็นผู้นำนักปฏิรูปสายแข็งของจีน เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิงหวา และขึ้นเป็นนายกฯ จีนในช่วงปี 1998-2003 ด้วยบุคลิกตรงไปตรงมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทำงานแบบเน้นผลลัพธ์ พูดตรง ใจร้อน ไม่เกรงใจผู้มีอำนาจเก่า กล้าลุยกับกลุ่มอนุรักษนิยมที่ต้านการเปลี่ยนแปลง จูหรงจี คือ มือปราบเงินเฟ้อจีนที่เคยพุ่งกว่า 27%
ด้วยการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดทุบเงินเฟ้อจนอยู่หมัด และกล้ารื้อรัฐวิสาหกิจซอมบี้ ทุบข้าวชามเหล็กของคนที่นั่งๆ นอนๆ ไม่กระตือรือร้น ลุยปราบทุจริตคอร์รัปชันด้วยความเด็ดขาด
แม้จะมีแรงต้าน แน่นอนว่า ด้วยแนวทางแข็งกร้าว กล้าล้างบางกลุ่มอิทธิพลเช่นนี้ ย่อมจะสร้างศัตรูไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มผลประโยชน์เดิม จูหรงจีมี mindset ที่มองโลกแบบไม่คร่ำครึ
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ต่อต้านตะวันตกแบบหน้ามืดตามัว แต่กลับเน้นผลักดันให้จีนเข้า องค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อหวังใช้แรงกดดันจากภายนอก มาเป็นแรงผลักให้ธุรกิจในจีนต้องปรับตัวแบบยกเครื่อง
ไม่งอแงรอคอยเพียงแค่ความช่วยเหลือของรัฐ ด้วยคติ ไม่ปรับไม่รอด ยุคจูหรงจี คือ จุดเริ่มต้นที่จีนหันมาให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียน จูหรงจีตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน
(เพื่อกระจายความเสี่ยงลดการพึ่งพาชาติตะวันตกที่เป็นตลาดหลักดั้งเดิมของจีนในขณะนั้น) ในปี 2000 จีนได้ผลักดันการทำ FTA ระหว่างจีน-อาเซียน มาวันนี้ อาเซียนกลายเป็นคู่ค้าอันดับ 1
มุมมองและผลกระทบ
ของจีน (แซงหน้าคู่ค้าเดิมของจีนอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่เริ่มไม่เป็นมิตรกับจีน กีดกันจีน) จูหรงจีกล้าทุบโครงสร้างเก่าในหลายด้าน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับฐานราก
แต่ย่อมส่งผลกระทบกับคนหลายกลุ่ม มีคนจีนจำนวนมากต้องหลุดจากงาน สูญเสียหลักประกันเดิม และเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการปรับใหญ่ของจูหรงจี บทเรียนจากชีวิตและผลงานจูหรงจี
คือการปฏิรูปย่อมมี “ต้นทุน” และความกล้าเดินหน้าเปลี่ยนประเทศ ย่อมมี “แรงต้าน“ ทุกการเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่อง จะสร้างทั้งโอกาสและความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผลงานของจูหรงจี ช่วยทำให้เศรษฐกิจจีนมีความแข็งแกร่งจากภายใน สามารถฝ่าฟันทุกวิกฤตโลกมาได้โดยไม่สั่นคลอน วันที่ 12 สิงหาคม 2026 อดีตนายกฯ จูหรงจี ถึงแก่อสัญกรรมไปด้วยวัยชรา (อายุ 98
ปี) โดยได้ฝากผลงานโดดเด่นให้คนรุ่นหลัง ด้วยความกล้าทุบทำลาย ปรับโครงสร้างเก่า ช่วยฉุดดึงเศรษฐกิจจีนให้พ้นจากความผิดพลาดในอดีต กล้าผลักประตูให้จีนเข้าสู่โลกสมัยใหม่ เน้นการแข่งขัน
เน้นใช้กลไกตลาด ควบคู่ไปกับกลไกเศรษฐกิจโลก ภายใต้การรักษาเสถียรภาพโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ภาพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



