ทำไม ‘อนุทิน-ปกรณ์’ คิดต่าง เรื่องโกงข้อสอบท้องถิ่น
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 08:07อ่าน 3 นาที

5ส.ค.2569- นายเทพไท เสนพงษ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไม???
อนุทิน-ปกรณ์ คิดต่าง เรื่องโกงท้องถิ่น มีเนื้อหาดังนี้ เมื่อวานนี้(4 สิงหาคม) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ได้แถลงผลการสอบสวน หลังจากประชุมนัดสุดท้าย โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ คือ 1.พบความบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน มีข้อพิรุธตั้งแต่กระบวนการกำหนดอัตราตำแหน่ง (TOR) การแบ่งศูนย์สอบ และการจัดทำข้อสอบ 2.การแก้ไขคะแนนหลังสอบ พบหลักฐานชัดเจนในการประกาศรับรองบุคคล โดยมีการปรับแก้ไขทั้งจำนวนคนและพบความผิดปกติบนใบคะแนนอย่างรุนแรง 3.ผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ชีวิต ข้อมูลในไฟล์รายชื่อ พบทั้งข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มคนนอก ซึ่งในเบื้องต้นจะยังคงถูกเก็บไว้เป็นชั้นความลับเพื่อไม่ให้เสียรูปคดี 4.หลักฐานมัดแน่น คณะอนุกรรมการสามารถรวบรวมถ้อยคำพยาน สัญญาจ้าง และเอกสารเส้นทางการเงินจาก สำนักงาน ปปง. มาประกอบสำนวนได้อย่างครบถ้วน 5.อาจต้องจัดสอบใหม่ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการสอบครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและรั่วไหลในวงกว้าง 6.เสนอลงโทษ 4 มิติ คณะกรรมการเตรียมเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีเพื่อส่งฟ้องและลงโทษผู้กระทำผิดทั้งทาง อาญา แพ่ง วินัย และจริยธรรม 7.พร้อมส่งไม้ต่อหน่วยงานปราบปราม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ. ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด 8.กำหนดไทม์ไลน์ไล่ออก ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งผลักดันให้ผู้ทุจริตและผู้สมรู้ร่วมคิด พ้นจากตำแหน่งราชการภายในเดือนสิงหาคมนี้ 9."เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ" และยืนยันว่าจะไม่มีการดึงเรื่อง หรือปล่อยผ่านแน่นอน เพื่อกู้ภาพลักษณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับคืนมา โดยใช้หลักการทำงานคือ "กรรมใครกรรมมัน" แต่ถ้าดูท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งได้กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทุจริตสอบท้องถิ่น จะจบลงเมื่อไหร่ ว่า “จริงๆ มันจบแล้ว กระบวนการต่างๆ ทั้งการกล่าวหา การดำเนินคดี และการสอบวินัยร้ายแรง อยู่ในขั้นตอนหมดแล้ว รวมถึงการยกเลิกผลประกาศการสอบ ก็ดำเนินการแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ การขยายผลไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ” “เรื่องนี้ต้องถือว่า เรียบร้อย เหลืออย่างเดียวคือ ศาลยังไม่ได้ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด” จะเห็นได้ว่าความเห็นของนายปกรณ์กับความเห็นของนายอนุทิน แตกต่างกันในหลายประเด็น ซึ่งไม่มั่นใจว่าทั้ง2คนได้พูดคุยกันก่อนให้สัมภาษณ์หรือไม่ หรือต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด เมื่อเป็นเช่นนี้สังคมจะเชื่อคำพูดของใครมากกว่ากัน แม้ว่านายอนุทิน คือนายกรัฐมนตรี ส่วนนายปกรณ์จะเป็นแค่รองนายกรัฐมนตรีก็ตาม แต่เนื้อหาสาระการพูดของนายปกรณ์ ต้องการจะเล่นงานขบวนการโกงทุจริตสอบท้องถิ่นทั้งระบบ ส่วนความเห็นของนายอนุทิน บอกว่าทุกอย่างจบแล้ว ต้องการตัดจบแค่ข…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



