รถส่งอาหารพาทรัมป์หนีภัย สัญญาณสะเทือนภาพ "ผู้ชนะ" ในสงครามอิหร่าน
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 15:10อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2569 สตีเฟน คอลลินสัน นักข่าวอาวุโสสายการเมืองจาก CNN วิเคราะห์ว่า การที่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลักลอบออกจากประเทศตุรกี
ประเด็นสำคัญ
ด้วยวิธีที่ไม่คาดคิด ภายหลังเข้าร่วมการประชุมยอดผู้นำ องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่เมืองอังการา โดยเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Secret Service)
ตัดสินใจพาตัวทรัมป์ออกจากพื้นที่อย่างลับ ๆ ด้วยการให้เขาเข้าไปหลบซ่อนภายใน "รถส่งอาหาร" (Catering Truck) ก่อนจะนำตัวขึ้นเครื่องบินทหารอีกลำ เพื่อเดินทางกลับสหรัฐฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม
แทนการใช้เครื่องบินประจำตำแหน่งตามปกติ ถือเป็นความเคลื่อนไหวฉุกเฉิน เพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคามทางความมั่นคงที่มีต้นตอมาจากประเทศอิหร่าน
แม้ปฏิบัติการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในการปกป้องผู้นำสหรัฐฯ ให้ปลอดภัย แต่เมื่อเหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยโดยสื่อใหญ่อย่าง วอชิงตัน โพสต์ ในเวลาต่อมา
ได้กลายเป็นชนวนเหตุที่ก่อให้เกิดวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ ไม่ได้จบลงอย่างง่ายดาย ตามที่ทรัมป์เคยกล่าวอ้างก่อนหน้านี้
สถานการณ์ล่าสุด
คำถามถึงศักยภาพมหาอำนาจ-ภาพลักษณ์ผู้นำ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เรียกได้ว่าสร้างความอับอาย และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในเวทีสากลเป็นอย่างมาก
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถการันตีความปลอดภัยของตนเองได้ แม้อยู่ในดินแดนของประเทศพันธมิตรสำคัญในกลุ่ม NATO อย่างตุรกี
ยิ่งทำให้คำกล่าวอ้างของรัฐบาลทรัมป์ที่ว่า สามารถบดขยี้ขีดความสามารถทางการทหาร และเครือข่ายก่อการร้ายของอิหร่านได้จนหมดสิ้นแล้วนั้น เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับความเป็นจริงน้อยลง
มุมมองและผลกระทบ
แม้ทางการอิหร่านจะยังไม่ได้ออกมาระบุถึงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์ที่สามารถบังคับให้ผู้นำสหรัฐฯ ต้อง "หลบซ่อนตัว" และเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างกะทันหัน
นับเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ในเชิงการโฆษณาชวนเชื่อของเตหะราน ซึ่งสะท้อนว่าระบอบการปกครองของอิหร่าน ไม่ได้สูญเสียเสถียรภาพจนใกล้ล่มสลาย
หรือพร้อมที่จะยอมจำนนเพื่อทำข้อตกลงตามที่ทรัมป์คาดหวังไว้ ช่องว่างระหว่าง "คำกล่าวอ้าง" กับ "ความจริงในสนามรบ" เหตุการณ์ที่สนามบินอังการาเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวอย่างที่สะท้อนว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สถานการณ์จริงไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งจะระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกได้ "เปิดอย่างสมบูรณ์แล้ว"
แต่ในความเป็นจริง เส้นทางน้ำมันดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมและกดดันจากกองกำลังอิหร่าน ทำให้กองทัพสหรัฐฯ
ต้องทุ่มกำลังเข้าต่อสู้อย่างต่อเนื่องเพียงเพื่อดึงสถานการณ์ให้กลับไปสู่จุดเดิมก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ รายงานจากสื่อมวลชนยังระบุอีกว่า วิกฤตสงครามที่ทรัมป์เคยประกาศว่า
"ได้รับชัยชนะแล้ว" ในช่วงแรก ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อคลังอาวุธของสหรัฐฯ โดยเฉพาะขีปนาวุธต่อต้านการโจมตีทางอากาศที่ลดลงอย่างน่าตก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



