ข้ามไปยังเนื้อหา

กรมอุทยานฯ แจงไม่เข้าข่าย​ ‘เสือกินคน’ เปิดสาเหตุทำร้าย จนท.เสียชีวิต เป็น ลูกเสือวัยซน

อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 19:16อ่าน 3 นาที

กรมอุทยานฯ แจงไม่เข้าข่าย​ ‘เสือกินคน’ เปิดสาเหตุทำร้าย จนท.เสียชีวิต เป็น ลูกเสือวัยซน
แชร์ข่าวนี้

กรมอุทยานฯ แถลงความคืบหน้ากรณี เสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง ระบุชัดเป็นลูกเสือวัยซน ชี้เป็นเหตุบังเอิญ ไม่เข้าข่าย​ “เสือกินคน”

อ่านข่าวในหมวด ไลฟ์สไตล์ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

พร้อมประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในพื้นที่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่

12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วยกองอนุรักษ์สัตว์ป่า​ แถลงข้อเท็จจริงกรณีเสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจนเสียชีวิต​ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา​ โดยมี

รายละเอียดเพิ่มเติม

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วย นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงและมาตรการดำเนินงาน​ ณ​ หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี นางชยาภร อามระดิษฐ์

ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ระบุว่าจากการตรวจสอบฐานข้อมูลภาพถ่ายลายเสือโคร่ง (Camera Trap)

สถานการณ์ล่าสุด

ซึ่งมีการจัดเก็บและศึกษาวิจัยพัฒนาฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี จนสามารถระบุอัตลักษณ์ลายเสือซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแม่นยำ

ทำให้ยืนยันตัวตนเสือโคร่งได้อย่างแน่ชัดแล้วว่าเป็น 1 ในลูกเสือโคร่งเพศผู้จำนวน 3 ตัว ของ “แม่เสืออภิญญา”

ซึ่งเป็นครอบครัวเสือที่อาศัยและใช้เส้นทางหากินตามธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตรบริเวณดังกล่าวอยู่แล้ว .จากการวิเคราะห์พฤติกรรมทางวิชาการและสัญชาตญาณสัตว์ป่า

มุมมองและผลกระทบ

ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุบังเอิญทางธรรมชาติ เนื่องจากลูกเสือโคร่งมีอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้วิธีการล่า มีพฤติกรรมซุกซน

อยากรู้อยากเห็น และเริ่มแยกตัวออกมาเดินหากิน ประกอบกับในช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ในท่านอนหลับราบขนานกับพื้น

ทำให้ลูกเสือเกิดความเข้าใจผิดว่าลักษณะดังกล่าวนั้นคือเหยื่อตามธรรมชาติจึงเข้าโจมตี ซึ่งโดยปกติแล้วหากเสือพบเห็นมนุษย์ในท่ายืน การเคลื่อนไหว หรือส่งเสียง เสือจะตกใจและหลบหนีไปทันที

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวยังไม่เข้าข่าย “เสือกินคน ” เนื่องจากยังไม่มีพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์ซ้ำซากหรือเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อหลัก

อีกทั้งครอบครัวเสือยังคงหากินอยู่ในอาณาเขตเดิม ไม่ได้ตื่นตกใจจนแตกกระเจิงหนีออกนอกพื้นที่ หรือเข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในพื้นที่รอบนอกแต่อย่างใด

.สำหรับแนวทางและมาตรการบริหารจัดการต่อจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมของลูกเสืออย่างใกล้ชิด

หากพบว่าสามารถหากินและล่าเหยื่อในธรรมชาติได้ตามปกติ จะปล่อยให้อาศัยตามระบบนิเวศเดิม พร้อมเตรียมติดเครื่องมือติดตามเพื่อศึกษาพฤติกรรมระยะยาว

แต่หากพบแนวโน้มหรือมีพฤติกรรมเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ซ้…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · กรมอุทยานฯ แจงไม่เข้าข่าย​ ‘เสือกินคน’ เปิดสาเหตุทำร้าย จนท.เสียชีวิต เป็น ลูกเสือวัยซน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง