ถึงคิวภาษีเจริญ พรพรหม ลุยตรวจสถานประกอบการ ย้ำ 17 เช็กลิสต์ เป้าหมาย ‘ไม่ใช่สั่งปิด’ เน้นยกระดับมาตรฐานปลอดภัย
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 17:46อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เวลาประมาณ 13.00 น. ที่เขตภาษีเจริญ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการ ได้แก่
อ่านข่าวในหมวด ไลฟ์สไตล์ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ร้านสวนสนุกพลัส ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และร้านครัวเพลงสบาย ถนนเพชรเกษม เพื่อติดตามการดำเนินการตามมาตรการยกระดับความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร โดยมีนางพีระยา สมชัยยานนท์
รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย, น.ส.ธราพร อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ, หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค, รองผู้กำกับการ สน.ภาษีเจริญ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ นายพรพรหม
รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ยกระดับมาตรฐานการตรวจสถานบริการและสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ หลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ในพื้นที่จตุจักร โดยปรับปรุงเช็กลิสต์ความปลอดภัย 17 ข้อ ครอบคลุม 3
ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยอาคาร การป้องกันและระงับอัคคีภัย และสุขลักษณะ เพื่อให้การตรวจมีมาตรฐานเดียวกันทุกสำนักงานเขต สำหรับแนวทางการพิจารณา เริ่มจากการตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร
หากไม่มีใบอนุญาตจะสั่งหยุดดำเนินกิจการทันที ส่วนร้านที่มีการแสดงดนตรีจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายเพิ่มเติม หากไม่มีจะสั่งระงับการแสดงดนตรีจนกว่าจะได้รับอนุญาตถูกต้อง
สถานการณ์ล่าสุด
และเมื่อมีใบอนุญาตครบถ้วนจึงเข้าสู่กระบวนการตรวจตามเช็กลิสต์ด้านอาคาร อัคคีภัย และสุขลักษณะ ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครตรวจสถานประกอบการแล้ว 948 แห่ง แบ่งเป็น ผ่านเกณฑ์ 209 แห่ง
(ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก 155 แห่ง และแก้ไขแล้วผ่าน 54 แห่ง) อยู่ระหว่างปรับปรุง 632 แห่ง และออกคำสั่งหยุด 107 แห่ง โดยแบ่งเป็นสั่งหยุดการแสดงดนตรี 30 แห่ง และสั่งหยุดดำเนินกิจการ 77
แห่ง เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด (ข้อมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569) “การทำงานของทางกรุงเทพมหานคร หลัก ๆ ตอนนี้อาจจะย้ำว่าเรามีการตรวจรอบแรก ปูพื้น 948 แห่ง
มุมมองและผลกระทบ
แต่เราไม่ตรวจครั้งเดียวแล้วจบ พวกที่อยู่ในเกณฑ์สีเหลืองกับสีส้มจะมีการตรวจซ้ำตามเวลาที่สํานักงานเขตแจ้งให้แก้ไข เช่น ถ้าไม่เยอะมากสามารถแก้ไขได้เร็วจะให้เวลา 7 วัน
บางอันอาจจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข เช่น วัสดุ ทางออกหนีไฟ อาจจะให้ 14 วันหรือ 1 เดือนแล้วแต่ความเหมาะสมหน้างาน และจะเข้าไปตรวจซ้ำ สีเหลืองกับสีส้ม
ต้องกลายเป็นสีเขียวอ่อนให้ได้ อันนี้คือการแก้ไขที่เรามองว่า จะปลอดภัยที่จะดําเนินกิจการต่อ” นายพรพรหม กล่าว ด้านน.ส.ธราพร อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยร้านที่ตรวจในวันนี้ได้รับคำแนะนำให้ปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ป้ายสัญลักษณ์
และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ซึ่งผู้ประกอบการได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายแห่งสามารถปรับสถานะจากกลุ่มที่ต้องแก้ไขเข้าสู่กลุ่มที่ผ่านเกณฑ์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
“เนื่องจากตอนที่เกิดเหตุตามที่เป็นข่าวผู้ประกอบการก็ตระหนักในเรื่องความปลอดภัย และการที่จะประกอบการ โ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



