ไทยสวนกัมพูชาเดือด ไม่ใช่ตร.อาเซียน ย้ำเขตแดน-สแกมเมอร์ คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนบังอาชญากรรมข้ามชาติ
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 21:34อ่าน 3 นาที

ไทยสวนกัมพูชาเดือด ไม่ใช่ ตำรวจอาเซียน ย้ำเขตแดน-สแกมเมอร์ คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนบังอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
ประเด็นสำคัญ
ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยทำตัวเป็น “ตำรวจอาเซียน” ว่า ประเทศไทยไม่ได้ทำตัวเป็นตำรวจอาเซียน
และไม่ได้ก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศใด แต่ไทยจะไม่เพิกเฉยต่ออาชญากรรมข้ามชาติที่ทำร้ายประชาชนไทย ประชาชนอาเซียน และประชาชนทั่วโลก พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
สิ่งสำคัญคือต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อกล่าวหา โดยเรื่องอธิปไตยคือเรื่องอธิปไตย เรื่องสแกมเมอร์คือเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ และเรื่องเมียนมาคือกระบวนการทางการทูตและกลไกอาเซียน ทั้ง 3
เรื่องไม่ควรถูกนำมาปะปนกันเพื่อสร้างข้อกล่าวหาว่าประเทศไทยมีเจตนาอื่นแอบแฝง เมื่อถามถึงกรณีที่ทางกัมพูชากล่าวหาว่าไทยทำตัวเป็น “ตำรวจอาเซียน”
และใช้เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างเพื่อบุกรุกกัมพูชา ผอ.JIC กล่าวว่า ควรกลับมาดูข้อเท็จจริงมากกว่าการใช้ถ้อยคำทางการเมือง โดยประเทศไทยไม่เคยประกาศตัวว่าเป็นตำรวจของอาเซียน
สถานการณ์ล่าสุด
และไทยเคารพอธิปไตยของประเทศสมาชิกทุกประเทศ “แต่สแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่กิจการภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะผู้เสียหายอยู่ทั่วโลก มีทั้งการฉ้อโกง การฟอกเงิน
การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และอาชญากรรมข้ามชาติหลายรูปแบบ” ดังนั้น การปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ไม่ใช่การก้าวก่ายใคร แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ
เมื่อถามย้ำถึงกรณีที่กัมพูชาระบุว่าไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างในเรื่องดินแดน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด
มุมมองและผลกระทบ
โดยข้อพิพาทหรือประเด็นเกี่ยวกับเขตแดนต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลง และกลไกที่เกี่ยวข้อง ส่วนการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ
อย่านำเรื่องอาชญากรรมมาบังเรื่องเขตแดน และในทางกลับกัน ก็อย่านำเรื่องเขตแดนมาใช้เป็นเกราะกำบังให้อาชญากรรมข้ามชาติ ประเทศไทยพร้อมพูดคุยเรื่องเขตแดนด้วยข้อเท็จจริงและกลไกที่มีอยู่
แต่ในเวลาเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ปกป้องประชาชนจากเครือข่ายอาชญากรรม ส่วนกรณีที่ถามว่าไทยมีหลักฐานหรือไม่ว่าสแกมเมอร์เป็นปัญหาระดับโลก ผอ.JIC กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงประเทศไทยที่พูด เพราะองค์กรระหว่างประเทศและหลายประเทศทั่วโลกต่างยอมรับตรงกันว่า Scam Centres
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ที่ร้ายแรง “เพราะฉะนั้น แทนที่จะถามว่า ‘ประเทศไทยมีสิทธิ์ไปปราบหรือไม่’
ผมคิดว่าคำถามที่ประชาคมโลกอยากได้คำตอบมากกว่าคือ เราจะร่วมมือกันอย่างไร เพื่อไม่ให้พื้นที่ใดในอาเซียนกลายเป็น ที่หลบภัย (Safe Haven) ของอาชญากรรมข้ามชาติ
ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ รวมถึงกัมพูชา” ส่วนกรณีที่กัมพูชามองว่าประเทศไทยก้าวก่ายมากเกินไป ผอ.JIC ก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



