อัยการไต้หวันคุมตัว พนง.เอ็นวิเดีย ต้องสงสัยเอี่ยวส่งเซิร์ฟเวอร์ เอไอ ไปจีนอย่างผิดกฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:54อ่าน 3 นาที

อัยการไต้หวันคุมตัวพนักงาน เอ็นวิเดีย ต้องสงสัยเอี่ยวการส่งเซิร์ฟเวอร์ เอไอ ของ ซุปเปอร์ ไมโคร ไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อัยการไต้หวัน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ควบคุมตัวพนักงานบริษัท เอ็นวิเดีย ส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีการลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของ ซุปเปอร์ ไมโคร ไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย โดยสำนักงานอัยการจีหลง
ของไต้หวัน ระบุในแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ว่า ผู้ต้องสงสัย ระบุเพียงนามสกุล “ฉาง” ถูกสอบปากคำหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านและที่ทำงานของเขา เมื่อวันที่ 24
รายละเอียดเพิ่มเติม
กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ระบุว่า นายฉางทำงานอยู่ที่ใด ข่าวระบุว่า ในเวลาต่อมา นายฉางถูกควบคุมตัวไว้ หลังจากอัยการให้เหตุผลว่า มีความเสี่ยงที่เขาอาจจะหลบหนี ทำลายหลักฐาน
หรือสมรู้ร่วมคิดกับผู้กระทำผิดหรือพยาน อัยการระบุว่า เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวติดตั้งชิปเอ็นวิเดีย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออกของสหรัฐ
ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่รัฐบาลสหรัฐบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2022 ทำให้การส่งออกหรือจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์เหล่านี้ในจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ขณะที่ “มิร์เรอร์ มีเดีย”
สถานการณ์ล่าสุด
สื่อของไต้หวัน รายงานเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่า นายฉาง เป็นพนักงานของเอ็นวิเดีย อย่างไรก็ตาม เอ็นวิเดีย ไม่ได้ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของตนหรือไม่
โดยในแถลงการณ์ที่รอยเตอร์ได้ เอ็นวิเดีย จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงเป็นหลัก รวมถึง OEM (ผู้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบบ)
ซึ่งช่วยให้บริษัทมั่นใจได้ว่าการขายทั้งหมดเป็นไปตามกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐ ข่าวระบุว่า การดำเนินการล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจค้นรอบที่ 3 ในการสืบสวน
มุมมองและผลกระทบ
หลังจากที่มีการตรวจค้นในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนมาแล้ว โดยในเดือนพฤษภาคม อัยการไต้หวันได้เริ่มปฏิบัติการรอบแรก ด้วยการจับกุมตัวบุคคล 3 คน ที่ต้องสงสัยว่าส่งออกเซิร์ฟเวอร์ เอไอ
ระดับสูง ของซุปเปอร์ ไมโคร ที่ติดตั้งชิปเอ็นวิเดีย ที่ถูกจำกัดไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย และในปลายเดือนมิถุนายน อัยการไต้หวันได้เริ่มปฏิบัติการรอบ 2 โดยการจับกุมพนักงาน 2 คน
ของซุปเปอร์ ไมโคร ในหน่วยงานของบริษัทในไต้หวัน ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ได้ตั้งข้อหาบุคคล 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับซุปเปอร์ ไมโคร รวมถึงหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ในข้อหาช่วยลักลอบนำเข้าเทคโนโลยี เอไอ ของสหรัฐ มูลค่าอย่างน้อย 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐ
โดยไต้หวันถือเป็นมหาอำนาจด้านเซมิคอนดักเตอร์ เป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่ใช้ในแอพพลิเคชั่น เอไอ รายใหญ่ที่สุดของโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันเข้มงวดเรื่องการควบคุมการส่งออก
เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ขั้นสูงตกไปอยู่ในมือของจีน
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



