โฆษกตร. เตือน ห้ามพกปืนในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ผิดกฎหมายเด็ดขาด
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 15:57อ่าน 3 นาที

โฆษก ตร.เตือนห้ามพกปืนออกนอกบ้านหรือในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นความผิดเด็ดขาด เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีการนำคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเหตุผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านพักและมีการใช้อาวุธปืนจนผู้บุกรุกเสียชีวิต
ไปเผยแพร่และตีความทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอชี้แจงว่ า เมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าผู้ยิงมีความผิดหรือไม่ อย่างไร ตามประมวลกฎหมายอาญา การใช้อาวุธปืนยิงบุคคลอื่นโดยเจตนาและเป็นเหตุให้เสียชีวิต
โดยหลักย่อมเป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้ใน มาตรา 68 เรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ระบุว่า
ผู้ใดจำเป็นต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ
สถานการณ์ล่าสุด
การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด ในทางกลับกัน หากภยันตรายนั้นสิ้นสุดลงแล้ว หรือไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีกต่อไป
แต่ยังมีการติดตามไปใช้กำลังหรือใช้อาวุธ ก็ต้องพิจารณาแตกต่างออกไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี รวมทั้งกรณีหากการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว
ศาลก็จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดีเช่นกัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกระบวนการดำเนินคดี เมื่อมีผู้เสียชีวิตจากการใช้อาวุธ
มุมมองและผลกระทบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องตรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าขณะเกิดเหตุมีภยันตรายใกล้จะถึงหรือไม่ ผู้เสียชีวิตมีพฤติการณ์อย่างไร และการตอบโต้ของผู้ใช้อาวุธพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ โดยการที่ตำรวจต้องดำเนินการสอบสวน
เป็นกระบวนการตามกฎหมายเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย การวินิจฉัยในแต่ละขั้นตอนเป็นหน้าที่ของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และหากคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมด ดังนั้น สาระสำคัญของคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่การบอกว่า
ผู้บุกรุกเข้าบ้านแล้วเจ้าของบ้านไม่มีสิทธิป้องกันตัว แต่เป็นการย้ำหลักว่า เมื่อมีการใช้กำลังจนบุคคลเสียชีวิต
ต้องให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบก่อนว่าการกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ หรือเป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมาย
การวินิจฉัยว่าการกระทำใดเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละเหตุการณ์ นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำดำเนินการตามนโยบายของ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



