พิพัฒน์ บินรัสเซีย นำทัพคมนาคมคุย Moscow Metro ส่องโมเดลบริหารระบบราง พัฒนารถไฟไทย
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 16:50อ่าน 3 นาที

‘พิพัฒน์’ นำทีมคมนาคมหารือ Moscow Metro แลกเปลี่ยนบริหารระบบราง-สถานีดิจิทัล-ซ่อมบำรุงตลอดวงจรชีวิต มุ่งยกระดับบริการรถไฟไทยให้สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าตลอดอายุใช้งาน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือด้านคมนาคมไทย-รัสเซีย
ภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงคมนาคมของทั้งสองประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
นำคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการระบบรถไฟกับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ Moscow Metro ที่กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย
ตั้งแต่การให้บริการผู้โดยสารในสถานีดิจิทัล ระบบจัดเก็บค่าโดยสารและข้อมูลการเดินทาง ขบวนรถไฟรุ่นใหม่ ไปจนถึงระบบซ่อมบำรุงและการบริหารขบวนรถตลอดวงจรชีวิต
เพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย พร้อมลงพื้นที่สถานี Maryina Roshcha และ Aminevskoye Electric Depot
สถานการณ์ล่าสุด
หารือเชิงเทคนิคจากระบบที่ใช้งานจริง โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคม ร่วมพิจารณาแนวทางที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย นายพิพัฒน์กล่าวว่า
การหารือครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มุมมองและผลกระทบ
โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและยกระดับบริการประชาชน ควบคู่กับการบริหารต้นทุน ความปลอดภัย และความพร้อมของระบบในระยะยาว ในส่วนการบริหารสถานี คณะได้หารือกับฝ่าย Moscow
Metro ณ สถานี Maryina Roshcha บนสาย Big Circle Line ถึงแนวทางการพัฒนาสถานีดิจิทัลและการออกแบบบริการ โดยมีผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง หรือ Passenger-Centric Service
ตั้งแต่ระบบข้อมูลการเดินทาง ป้ายและจอแสดงผล การจัดพื้นที่ภายในสถานี ไปจนถึงระบบชำระค่าโดยสารและการช่วยเหลือผู้โดยสาร ฝ่าย Moscow Metro นำเสนอระบบชำระค่าโดยสารที่รองรับหลายช่องทาง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทั้งบัตรธนาคาร QR Code อุปกรณ์ดิจิทัล และระบบชีวมิติ (Biometric) รวมถึง Face Pay ปัจจุบันประมาณ 93% ของผู้โดยสารชำระค่าโดยสารผ่านช่องทางที่ไม่ใช้เงินสด
ทำให้สามารถลดขั้นตอนการให้บริการและบริหารพื้นที่ภายในสถานีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ยังคงช่องทางเงินสดและการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็น นอกจากนี้
คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมได้หารือถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดภาระงานประจำ แต่ยังรักษาคุณภาพการให้บริการประชาชน เช่น ประตูกั้นทางเข้า-ออก (Turnstile) รุ่นใหม่
รองรับการชำระเงินและยืนยันตัวตนหลายรูปแบบ ระบบ Live Communication Station ที่ให้ผู้โดยสารสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่จริงจากระยะไกล รวมถึงผู้ช่วยดิจิทัลต้นแบบ “Sasha”
ที่สามารถโต้ตอบและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดิน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



