ใช้เงินกู้เที่ยวไทยพลัสได้ อนุทินลุย‘Missing Link’
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

“ภราดร” ชี้ใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ทำ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ไม่ผิดหลักฉุกเฉิน ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอคลังตัดสินใจ รบ.กวักมือเรียก 8.3 แสนคนรีบยืนยันรับบัตรคนจน “อนุทิน” ลุยเดินหน้า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
Missing Link เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขอใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินปี 2569 มาใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสว่า ไม่ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงิน
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะเป็นการนำเงินกู้ไปช่วยเหลือผู้ประกอบภาคการท่องเที่ยว ถือว่าเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ และสามารถทำได้
เพราะผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศโดยตรง นายภราดรยังกล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทย เฟส 2 ว่า ต้องรอความชัดเจนและตัดสินใจจากนายเอกนิติ
นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาโครงการ และขอให้โครงการสิ้นสุดเฟสแรกก่อน จากนั้นค่อยประเมินสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร
สถานการณ์ล่าสุด
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการยืนยันตัวตนในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ยังมีผู้ไม่ยืนยันตัวตน 8.3 แสนคน
จึงขอเชิญชวนให้ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เร่งยืนยันตัวตน เพื่อให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ส่วนผู้ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีก 5 ล้านคน ก็ขอให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31
ส.ค.2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS)
มุมมองและผลกระทบ
และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ว่า
มาตรการดังกล่าวถือเป็นยาแรงที่เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยลดความเดือดร้อนประชาชนในช่วงยากลำบากชั่วคราว แต่นอกจากการให้เงินช่วยเหลือแก่ประชาชน
รัฐบาลจำเป็นต้องให้เบ็ดตกปลาแก่ประชาชนควบคู่กันไปด้วย โดยรัฐบาลควรหันมาเน้นการยกระดับทักษะประชาชน อัปสกิลและสร้างอาชีพใหม่ๆ ที่มั่นคงด้วย วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ตอนนี้โครงการแลนด์บริดจ์ยังไม่มี ไม่เป็นไร เพราะยังไม่คุ้ม เอาไว้คุ้มก่อนค่อยมาว่ากัน
แต่สิ่งที่จะเกิดคือจะมีระบบขนส่งเชื่อมส่วนที่ขาดไป หรือภาษาเทคนิค เวลาประชุมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือประชุมการวางแผนพัฒนาประเทศ เขาใช้คำว่า Missing Link คือเชื่อมในสิ่งที่ขาดไป
คือการเชื่อมเส้นทางลงไปยังภาคใต้ แต่ยังขาดพื้นที่ จ.ระนอง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อจากอันดามันไปยังอ่าวไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะเร่งทำ Missing Link
และจะพัฒนาท่าเรือระนองให้มีความสำคัญ นายกฯ กล่าวว่า มีการศึกษาไว้เรียบร้อยแล้ว หากจำเป็นต้องขยายไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม เราก็พร้อมขยาย ตอนนี้มีคนบอกว่าไม่เอาแลนด์บริดจ์
พี่น้องชาวระนองและชุมพรก็ต้องไปทำความเข้าใจกับเขาด…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



