KSLถอดบทเรียนจากวิกฤตสู่การเติบโต ปักหมุดผู้นำอุตฯความหวานชู‘อ้อย’ อนาคตพลังงานหมุนเวียนไทย
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยเป็นสินค้าเกษตรและส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งไทยเองครองอันดับผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL
ประเด็นสำคัญ
ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลอันดับ 3 ของประเทศ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายมายาวนาน ชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ KSL Group เล่าให้ฟังว่า
กลุ่มน้ำตาลขอนแก่น หรือ KSL Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2488 ด้วยกำลังการผลิต 600 กิโลกรัมต่อวัน กว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมาเราพัฒนากระบวนการผลิตและนำนวัตกรรมใหม่ๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตถึง 150,000 ตันอ้อยต่อวัน เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลอันดับ 3 ของประเทศไทย
ที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้คนไทยและส่งออกทั่วโลก” สะท้อนการเติบโตที่มาจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อผลิตสินค้าที่ดี มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ “ตลอด 80 ปี
สถานการณ์ล่าสุด
เราผ่านบททดสอบที่หล่อหลอมให้เราเกิดการเรียนรู้และริเริ่มสร้างมาตรฐานของอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดดมาหลายครั้ง ชลัช ย้ำ พร้อมเล่าต่อว่า เราได้
นำเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นมาถอดเป็นบทเรียนจากวิกฤตสู่การเติบโต เริ่มจากในปี 2535 เราเผชิญกับวิกฤตกากน้ำตาลรั่วไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ
เป็นเหตุการณ์ที่สร้างบทเรียนสำคัญให้เรายกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการโรงงาน ควบคู่กับการออก พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ มาปี 2540 ในวิกฤตต้มยำกุ้ง
มุมมองและผลกระทบ
ทั้งประเทศเจอกับวิกฤตค่าเงินบาทลอยตัว ถือเป็นบทเรียนสำคัญด้านการบริหารจัดการเงินอย่างรัดกุมและรอบคอบ ซึ่งเป็นรากฐานวินัยทางการเงินของบริษัทจนถึงปัจจุบัน และปี 2562
วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 การค้าชะงักและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัว เราพบโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
และได้สร้างมิติใหม่ให้กับวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ชลัช บอกอีกว่าจากวิกฤตที่ผ่านมา กลยุทธ์ที่ทำให้กลุ่มน้ำตาลขอนแก่นก้าวผ่านบททดสอบสู่การเติบโต คือ “การมีวินัยทางการเงิน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะเงินคือกุญแจสำคัญในการบริหารธุรกิจทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน เลือกลงทุนในสิ่งที่ตอบโจทย์ มองให้ออกถึงความต้องการของลูกค้าและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาด และอุตสาหกรรม
แล้วเลือกลงทุนให้ตรงจุด มองปัญหาในมุมกว้าง เมื่อเกิดปัญหาให้ถอยออกมามองในภาพรวม เพื่อให้เห็นจุดเชื่อมโยง ลดจุดบอด ป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อน สุดท้ายทุกธุรกิจ ต้องสร้างผู้สืบทอด
เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ป้องกันความเสี่ยง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และส่งต่อธุรกิจให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมั่นคง ชลัช
เล่าอีกว่า ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้อ้อย ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบของน้ำตาล แต่เป็นวัตถุดิบต้นทางของพลังงานชีวภาพอื่นๆ อาทิ ไฟฟ้าชีวมวล เอทานอล ก๊าซชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งห…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



