ช็อก!ไทยยังพบผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ปีละ 8-9 พันราย ไม่รู้ตัวอีกเกือบ 6 หมื่นราย แพทย์แนะเข้าคัดกรองฟรีทุกสิทธิ!
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13:08อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย รศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในประเทศไทยว่า แม้ระบบการรักษาและการป้องกันจะพัฒนาขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต แต่ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายสำคัญ
เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังไม่ลดลงตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้ รศ.นพ.โอภาส กล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตัวเลขผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยปัจจุบันประมาณ 500,000 คน เป็นตัวเลขสะสมที่รวมทั้งผู้ติดเชื้อรายเดิมและผู้ติดเชื้อรายใหม่ จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เพราะผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษา มีคุณภาพชีวิตดี และมีอายุยืนยาวขึ้น ไม่ใช่ตัวเลขที่สะท้อนว่ามีการระบาดรุนแรงขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบันเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ
ประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ประมาณ 8,000-9,000 รายต่อปี และตัวเลขดังกล่าวแทบไม่เปลี่ยนแปลงตลอดช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ล่าสุด
ทั้งที่เป้าหมายของประเทศคือการลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้เหลือต่ำกว่า 1,000 รายต่อปี เพื่อมุ่งสู่การยุติปัญหาเอดส์ในอนาคต “เมื่อกว่า 30 ปีก่อน
ประเทศไทยเคยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึงประมาณ 170,000 รายต่อปี ก่อนที่สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นจากมาตรการป้องกันและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
แต่ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับหยุดนิ่ง ไม่ลดลงตามเป้าหมาย” รศ.นพ.โอภาสกล่าว รศ.นพ.โอภาส กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังลดลงไม่ได้
มุมมองและผลกระทบ
ไม่ได้เกิดจากการขาดเครื่องมือป้องกัน แต่เป็นปัญหาการเข้าถึงและการรับรู้ของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีทั้งถุงยางอนามัยและยาป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพสูง
แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง หรือไม่รู้ว่าสามารถเข้าถึงบริการป้องกันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังพบว่าความรู้เกี่ยวกับเอชไอวีในสังคมยังไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรอายุ 15-24 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีอัตราการติดเชื้อสูงขึ้น และจำเป็นต้องได้รับการสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและเหมาะสมมากกว่าเดิม รศ.นพ.โอภาส กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้การให้ความรู้เกี่ยวกับเอชไอวีในกลุ่มเยาวชนจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต แต่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ เพราะกลุ่มเยาวชนที่มีความเสี่ยงมีจำนวนมาก
จึงเห็นว่าประเทศไทยควรเริ่มสร้างความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยตั้งแต่ในโรงเรียน และบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรอย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองตั้งแต่วัยต้น
ไม่ใช่เพียงการบอกให้หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น เมื่อถามว่าสถานการณ์ในกลุ่มเยาวชนเข้าขั้นวิกฤตหรือไม่ รศ.นพ.โอภาส ตอบว่า ถือว่าอยู่ในจุดวิกฤตแล้ว
และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายนโยบาย โรงเรียน ผู้ปกครอง และตัวเยาวชนเอง เพื่อเพิ่มความรู้และลดการติดเชื้อรายใหม่ให…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



