ข้ามไปยังเนื้อหา

คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : ‘เจน’ (Generation) ไหนที่ ‘เจน’ (Generate) สังคมออกอย่างที่เห็น

อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 12:18อ่าน 3 นาที

คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : ‘เจน’ (Generation) ไหนที่  ‘เจน’ (Generate) สังคมออกอย่างที่เห็น
แชร์ข่าวนี้

เมื่อคุณครูท่านหนึ่งแพ้เสียงในหัวโพสต์ระบายความในใจว่าสอนเด็กมาตั้งแต่ปลายยุค พ.ศ.2530 จนถึงปัจจุบัน ไม่มีลูกศิษย์รุ่นไหนอุบาทว์ได้เท่าเด็กเจนเห้นี่อีกแล้ว

อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ก็กลายเป็นกระแสไวรัลไปในเครือข่ายสังคมออนไลน์ไปราววันพุธที่ผ่านมานั้น จากนั้นโพสต์ดังกล่าวก็ถูกแชร์ออกไปพร้อมประสบการณ์ผู้คนมากมายทั้งที่เป็นครูและไม่ใช่

ความเห็นนั้นมีที่ก่นบ่นทั้งเด็กรุ่นเดียวกับที่เป็นปัญหาของคุณครู ซึ่งจริงๆ น่าจะเป็นรุ่นอัลฟา ที่เกิดหลังปี 2010 เสียมากกว่า

รายละเอียดเพิ่มเติม

แต่ก็ตามคาดว่าต้องลามไปถึงมนุษย์เจนซีตัวร้ายประจำยุคสมัย ในตอนแรกเสียงก็แตกอยู่ ฝ่ายหนึ่งก็เห็นด้วยว่าเด็กสมัยนี้นั้นแย่จริงๆ และก็มีอยู่มากที่ยักไหล่ถามว่าแล้วไงล่ะ…

ก็เพราะการบ่นก่น “เด็กสมัยนี้…ฯลฯ…” นั้นมีบันทึกมาแต่บรรพกาลแล้วว่าเป็นปกติธรรมดาของมนุษยชาติ

ดังตัวอย่างที่ยกขึ้นมากันแบบน่าจะเห็นจนเบื่อแล้วว่าตั้งแต่สมัยอริสโตเติลเมื่อ 4 ร้อยปีก่อนคริสตกาลก็บ่นว่า “เด็กสมัยนี้คิดว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง มั่นใจในตัวเองมากเกินไปเสมอ

สถานการณ์ล่าสุด

ทำตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล รักความท้าทายจนขาดความรอบคอบ…” หรือเอาใกล้เข้ามาหน่อยที่ปัจจุบันยังคงเหลือดิจิทัลฟุตพรินต์อยู่

คือถ้าใครลองไปค้นหาบทความว่าด้วยการรับมือกับคนทำงานหน้าใหม่เจนวาย (ซึ่งส่วนหนึ่งกำลังบ่น ‘เด็กเจนเห้’ อยู่ในทุกวันนี้)

ก็จะพบบทความหรือโพสต์ที่ก่นบ่นว่าคนเจนวายที่จบมหาวิทยาลัยเข้าสู่สังคมคนทำงานในช่วงปี 2014-2016 ว่าเป็นพวก “ไม่อดทน ไม่มีความจงรักภักดีต่อองค์กร ขาดความอดทน มั่นใจในตัวเอง

มุมมองและผลกระทบ

ไม่ชอบการบังคับ และชอบงานอิสระ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ยอมรับผิด สนใจคนอื่นน้อยกว่าตัวเอง ติดโซเชียลจนแชร์ทุกอย่างในชีวิตไม่สนใจเรื่องความควรไม่ควร เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องการงาน

ใช้เงินสร้างหนี้เพื่อซื้อประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ฯลฯ” เอาเข้าจริงโพสต์คุณครูข้างต้นก็กำลังจะดับลงไปอย่างดราม่าอายุสั้นที่เราเคยรู้จักก่อนหน้านี้

ถ้าไม่ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่มีเด็กนักเรียนนำอาวุธเข้าไปก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในช่วงสายวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2569

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม อายุเพียง 14 ปีเท่านั้น

เชื่อว่าหลายวาบคิดของผู้คนที่รับรู้ข่าวสะเทือนขวัญนี้คงจะคิดถึงสเตตัสแพ้เสียงในหัวของคุณครูที่เล่าไปในตอนต้นแล้วคิดว่าหรือจะมีส่วนจริงกันนะ เรื่องนี้ถ้าเราจะมองว่า

เหตุการณ์ซึ่งน่าจะถือเป็นเหตุการณ์กราดยิงหมู่ไม่เลือกเป้าหมายในโรงเรียนครั้งแรกของประเทศไทยเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่เป็นตัวชี้วัดถึงความเสื่อมทรามของ ‘เด็กเจนเห้’

ที่ไม่สมควรปรานีพวกมันนอกจากสาปส่งแล้วก็มีข้อน่าสงสัยสองประการ ประการแรก คือ แม้เหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเพิ่งเคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ถ้าในระดับโลกแล้ว

นี่เป็นโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้า ย้อนค้นไปได้ถึงปี 1974 และเกิดขึ้นถี่ในช่วงปี 1997-1998ซึ่งผู้ก่อเหตุในแต่ละครั้งนั้นเป็นคนเจนไหน ก็อย่าไปสืบกันเสียให้ยาก ดังนั้น

ถ้าเราจะมองว่า…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : ‘เจน’ (Generation) ไหนที่ ‘เจน’ (Generate) สังคมออกอย่างที่เห็น
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง