ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน เมื่อความสะอาดของไฟฟ้ากลายเป็นต้นทุนส่งออก
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 09:47อ่าน 3 นาที

นับจากนี้ต่อไป โรงงานสองแห่งที่ผลิตสินค้าเหมือนกันทุกประการ ต้นทุนวัตถุดิบเท่ากัน คุณภาพเท่ากัน แต่โรงงานหนึ่งใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ส่วนอีกโรงงานใช้ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
ประเด็นสำคัญ
ในอดีตสินค้าทั้งสองอาจขายได้ในราคาใกล้เคียงกัน แต่นับจากปีนี้เป็นต้นไป สินค้าจากโรงงานที่สองอาจมีราคาแพงกว่าเมื่อส่งไปขายในยุโรป ทั้งที่หน้าตาไม่ต่างกันเลย เพราะโลกได้เริ่มติด
“ป้ายราคาคาร์บอน” ลงบนสินค้าอย่างเป็นทางการแล้ว ต้นปีที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้เริ่มบังคับใช้ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism)
รายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างเต็มรูปแบบ กลไกนี้กำหนดให้สินค้าที่นำเข้าสู่ยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มที่ปล่อยคาร์บอนสูงอย่างเหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ และปุ๋ย
ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตามปริมาณคาร์บอนที่แฝงอยู่ในกระบวนการผลิต สิ่งที่เคยเป็นเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม” จึงกลายเป็นเรื่องของ “ต้นทุนการค้า” โดยตรง
และประเด็นนี้เกี่ยวพันกับพลังงานของประเทศไทยอย่างแยกไม่ออก คาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในสินค้าทุกชิ้น หัวใจของมาตรการนี้คือแนวคิดที่เรียกว่า “คาร์บอนแฝง”
สถานการณ์ล่าสุด
หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาตลอดกระบวนการผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ ความร้อนที่ใช้ในการผลิต ไปจนถึงไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงเครื่องจักรในโรงงาน
คาร์บอนเหล่านี้มองไม่เห็นด้วยตา แต่ภายใต้กติกาใหม่ มันมีราคาที่ต้องจ่าย พลังงานคือแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แฝงที่ใหญ่ที่สุด โดยภาคพลังงานปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าร้อยละ 70
ของการปล่อยทั้งหมด โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กระจายอยู่ในทุกกิจกรรม ทั้งภาคการผลิตไฟฟ้า การเผาไหม้เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงในภาคขนส่ง
มุมมองและผลกระทบ
ต้นทุนคาร์บอนของสินค้าไทยไม่ได้ผูกทุกการใช้พลังงาน ไม่ใช่แค่ความสะอาดของไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเลือกใช้เชื้อเพลิงอะไรในการผลิตความร้อนการขนส่งสินค้าด้วยพลังงานแบบใด
ซึ่งจะสะท้อนไปสู่พลังงานทั้งระบบของประเทศสะอาดเพียงใด นี่คือเหตุผลที่การเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งระบบ กลายเป็นเรื่องของขีดความสามารถทางเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อม
และนี่คือจุดที่โครงสร้างพลังงานของประเทศเข้ามามีบทบาทอย่างไม่รู้ตัว หากพลังงานที่โรงงานใช้มาจากระบบพลังงานที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสัดส่วนสูง สินค้าที่ผลิตออกมาก็จะมี
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“คาร์บอนติดตัว” มากตามไปด้วย ความสะอาดของระบบพลังงาน จึงส่งผลถึงความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยโดยตรง จุดอ่อนที่ไทยต้องเร่งแก้: การวัดและการรับรอง
นอกจากการยกระดับความสะอาดของระบบพลังงานแล้ว ความท้าทายเฉพาะหน้าของไทยอาจไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยคาร์บอนมากหรือน้อย แต่เป็นเรื่องของ “การพิสูจน์” เพราะภายใต้กติกาใหม่
ผู้ที่รายงานปริมาณคาร์บอนของตนเองได้อย่างแม่นยำและเป็นที่ยอมรับ จะได้จ่ายตามจริง ส่วนผู้ที่พิสูจน์ไม่ได้ อาจถูกบังคับให้ใช้ค่ามาตรฐานที่กำหนดจากภายนอก
ซึ่งมักตั้งไว้สูงเพื่อความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาระบบวัด รายงาน และทวนสอบข้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



