ยอดออก ESG Bond ไทยครึ่งแรกปีนี้โต 14.7% ครองสัดส่วนเพิ่มเป็น 5.9% ของยอดคงค้างตราสารหนี้ทั้งหมด
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 15:58อ่าน 3 นาที

ตลาด ESG Bond ไทยครึ่งแรกปี 2569 โต 14.7% ยอดทะลุล้านล้าน รัฐยังครองแชมป์ออกหุ้นกู้สูงสุด ทำให้สัดส่วน ESG Bond ต่อยอดคงค้างตราสารหนี้ทั้งหมดในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 5.9%
ประเด็นสำคัญ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด ESG Bond ปี 2569 แตะ 2 แสนล้าน ลุ้นรัฐออก SLB 3 หมื่นล้านพยุงตลาดครึ่งปีหลัง ประเด็นสำคัญ แรงส่งยังนำโดยภาครัฐ ขณะที่เอกชนกระจุกตัวในธุรกิจพลังงานและขนส่ง
คาดแรงส่งครึ่งหลังปี 2569 ยังพึ่งแรงหนุนรัฐ เพื่อพยุงตลาด ESG Bond ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า มูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ราว 116,205
รายละเอียดเพิ่มเติม
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 101,300 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าคงค้างเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 1,081,430 ล้านบาท สะท้อนบทบาทที่สำคัญของ ESG Bond ต่อตลาดทุนไทย
โดยสัดส่วนยอดคงค้าง ESG Bond ต่อยอดคงค้างตราสารหนี้ทั้งหมดในไทยเพิ่มขึ้นจาก 5.2% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 เป็น 5.9% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ฝั่งภาคเอกชน มูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG
ใหม่เร่งขึ้นมาอยู่ที่ 25,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการออกตราสารหนี้ของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) มูลค่า 8,000 ล้านบาท
สถานการณ์ล่าสุด
ส่งผลให้ยอดคงค้างของ ESG Bond ภาคเอกชนอยู่ที่ราว 271,227 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 แรงส่งยังนำโดยภาครัฐ ขณะที่เอกชนกระจุกตัวในธุรกิจพลังงานและขนส่ง
ภาครัฐมีสัดส่วนสูงสุดของการออก ESG Bond ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ราว 60.8% ของมูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่ทั้งหมด โดยมาจากการ Reopen พันธบัตร ตามด้วยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI)
17.2% ขณะที่ฝั่งเอกชนยังนำโดยกลุ่มพลังงาน (12.0%) และขนส่ง (6.9%) โดยกลุ่มพลังงาน เช่น ซีเค พาวเวอร์ ทีพีไอ โพลีน และ ราช กรุ๊ป โดยเงินระดมทุนส่วนใหญ่ใช้เพื่อชดเชยการลงทุนเดิม
มุมมองและผลกระทบ
ส่วนกลุ่มขนส่งมาจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เพื่อใช้เป็นเงินลงทุน และ/หรือ ทดแทนเงินลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด ขณะที่การออก ESG Bond ของภาคเอกชนในครึ่งแรกปี
2569 ยังหนุนโครงการยั่งยืนในประเทศได้จำกัด เนื่องจากมีเม็ดเงินลงทุนสำหรับโครงการใหม่หรือโครงการต่อเนื่องเพียง 5,030 ล้านบาท หรือ 19.7% ของยอดออกทั้งหมด
และส่วนใหญ่เป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศกว่า 3,030 ล้านบาท นอกจากนี้ สัดส่วนเม็ดเงินสำหรับโครงการใหม่หรือโครงการต่อเนื่องลดลงจาก 24.5-28.0% ของยอดออก ESG Bond
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ภาคเอกชนในครึ่งแรกปี 2568 เหลือเพียง 19.7% ในครึ่งแรกปี 2569 นั่นหมายความว่าแม้การออก ESG Bond ภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเงินที่ช่วยต่อยอด Green Investment ยังไม่ได้ขยายตัวตาม
โดยบทบาทของ ESG Bond ภาคเอกชนยังอยู่ที่การชดเชยเงินลงทุนเดิมและการชำระคืนหนี้เป็นหลัก คาดแรงส่งครึ่งหลังปี 2569 ยังพึ่งแรงหนุนรัฐ เพื่อพยุงตลาด ESG Bond แนวโน้มมูลค่าการออก ESG
Bond ทั้งปี 2569 อาจไม่เร่งตัวเท่าปีที่ผ่านมา หากแรงหนุนจากการออกตราสารหนี้ของภาครัฐใ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



