‘ยศชนัน’ เดินหน้า Digital Twin Thailand ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาประเทศ 6 มิติ
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 17:27อ่าน 3 นาที

‘ยศชนัน’ เดินหน้า Digital Twin Thailand ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาประเทศ 6 มิติ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ ครั้งที่
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
1/2569 เพื่อหารือแนวทางการบูรณาการและยกระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศ โดยมีเป้าหมายในการรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง
เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและวางรากฐานสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในฐานะประธานการประชุม เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้เป็นการสร้างรากฐานใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่และยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย
โดยโจทย์สำคัญคือการนำข้อมูลสารสนเทศที่ประเทศมีอยู่มหาศาล ซึ่งมักถูกเก็บไว้เฉยๆ มาเปลี่ยนผ่านไปสู่ความฉลาดในการวิเคราะห์ (Intelligence) เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง
เป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลคือการยกระดับจากการใช้ “แผนที่ดูประเทศไทย” ไปสู่การใช้ “Digital Twin” เพื่อดูอนาคตของประเทศ
สถานการณ์ล่าสุด
โดยแผนที่ในยุคหน้าจะเป็นคลังข้อมูลขนาดมหาศาลที่ดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งจากดาวเทียม เซนเซอร์ และอุปกรณ์ IoT มาประมวลผลเชิงลึก
เพื่อให้ภาครัฐตัดสินใจแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างแม่นยำและตรงจุดที่สุด “สำหรับทิศทางในการขับเคลื่อนต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่
การสร้างรากฐานข้อมูลสารสนเทศครบวงจรร่วมกับระบบ One Map เพื่อรองรับการทำงานของ GeoAI ต่อมาคือการอัปเกรดจากข้อมูลเปิด (Open Geo-Informatics Data) ไปสู่ GeoAI โดยนำ Generative AI
มุมมองและผลกระทบ
เข้ามาช่วยทำความเข้าใจข้อมูลจำนวนมาก และส่วนสุดท้ายคือการมุ่งสู่ Digital Twin Thailand หรือการสร้างฝาแฝดดิจิทัลของประเทศไทยขึ้นมาในโลกคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะรวมข้อมูลพื้นฐาน
ผังภูมิสารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถทดลองและจำลองสถานการณ์ได้ก่อนที่จะเกิดผลกระทบขึ้นจริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า
แผนที่อัจฉริยะนี้จะถูกนำมาใช้แก้ปัญหาที่กระทบต่อชีวิตของประชาชนโดยตรงใน 6 มิติ ได้แก่ การจัดการน้ำ เพื่อรับมือน้ำท่วมน้ำแล้งและลดความสูญเสีย การดูแลสภาพภูมิอากาศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อรับมือความแปรปรวนและดูแลทรัพยากรอย่างยั่งยืน การจัดการที่ดิน เพื่อแก้ข้อพิพาทและวิเคราะห์ดินให้เกษตรกร การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อวางผังเมืองและระบบจราจรให้ประชาชนเดินทางสะดวก
การขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เพื่อวางแผนแม่บทดึงดูดการลงทุน และ การจัดการภัยพิบัติ ที่จะช่วยให้มีระบบแจ้งเตือนภัยและรับมือเหตุวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างการใช้ระบบ
Digital Twin ของประเทศญี่ปุ่น ที่นำข้อมูลประชากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศมาจำลองสถานการณ์ ทำให้ภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายประมงได้อย่างแม่นยำ
และชาวประมงรู้ว่าควรจับปลาในช่วงเวลาใดหรือใช้อุปกรณ์ขนาดเท่าใดให้พอดีกับสภาพจริง ส่งผลให้ชาวประมงมีรายได้ยั่งยืนและระบบนิเวศไม่ถ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



