นายกฯ อนุทิน คิกออฟ ‘Digital Shield’ ยกระดับปราบภัยไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ เตือนประชาชนมีสติก่อนโอนเงิน
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 17:45อ่าน 3 นาที

วันนี้ (15 สิงหาคม) ที่ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 โดยมี ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี
พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน อนุทิน กล่าวเปิดงานโดยระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวประชาชนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ล่าสุดพบรูปแบบการหลอกลวงด้วยการใช้เทคโนโลยีปลอมเสียง (Voice Cloning) เพื่อหลอกให้บุคคลในครอบครัวโอนเงิน
ซึ่งภัยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การรับโทรศัพท์เพียงหนึ่งสายหรือกดลิงก์เพียงครั้งเดียว อาจทำให้สูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตได้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
โดยยกระดับให้เป็น วาระแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ครอบคลุมทั้งปัญหาบัญชีม้า เส้นทางการเงิน โครงสร้างพื้นฐานที่มิจฉาชีพใช้
สถานการณ์ล่าสุด
ตลอดจนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงธนาคาร
ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เข้ามาช่วยดูแลเส้นทางการเงินที่อาจแฝงมาในรูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัล
มุมมองและผลกระทบ
”สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การปราบปรามคือการป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย นี่คือเหตุผลของแนวคิด Digital Shield หากประชาชนสูญเสียทรัพย์สินไปแล้ว โอกาสที่จะได้เงินคืนเต็มจำนวนนั้นยากมาก
เพราะมิจฉาชีพมักนำไปฟอกเงินหรือแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินอื่น การสร้างเกราะป้องกันและการตระหนักรู้จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน” อนุทิน กล่าว อนุทิน ยังได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชน
ขอให้เพิ่มความระมัดระวังและตั้งข้อสังเกตเมื่อมีบุคคลติดต่อมาขอให้โอนเงิน แม้จะอ้างตัวเป็นคนในครอบครัว คนรู้จัก หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โทรศัพท์มาแจ้งให้ชำระค่าภาษี ค่าปรับ หรือค่าบริการต่างๆ ”กราบเรียนว่า รัฐบาลจะไม่ทวงเงินท่านผ่านโทรศัพท์มือถือ รัฐบาลจะต้องมีการออกเอกสารติดตามทวงหนี้อย่างเป็นทางการ
ยืนยันว่าไม่มีการให้บุคคลใดโทรมาข่มขู่ให้โอนเงินค่าปรับเด็ดขาด เพราะฉะนั้นก่อนโอนเงิน ขอให้คิดสักนิด ตรวจสอบก่อนกดลิงก์ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อความที่ไม่แน่ใจ
เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นและเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้” ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทุกหน่วยงานภาคีเครือข่ายที…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



