ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไทยส่ง CE-7 MATCH ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ 7 เตรียมปล่อยยาน 24 ส.ค.นี้
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 18:04อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 สิงหาคม) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าวครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพื่อประกาศความพร้อมของอุปกรณ์ CE-7 MATCH ซึ่งเป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมภารกิจฉางเอ๋อ 7 พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ไทยพีบีเอส
และ Sea (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวด รวมถึงจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีอวกาศให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วม ดูภาพข่าว CE-7 MATCH หรือ
รายละเอียดเพิ่มเติม
Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกันพัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน ในโครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International
Lunar Research Station : ILRS) มีภารกิจตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
เพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมด้านรังสีในอวกาศ ซึ่งจะเป็นองค์ความรู้สำคัญสำหรับการสำรวจอวกาศระยะยาว และการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
สถานการณ์ล่าสุด
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้เป็นผลจากการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และพันธมิตรระดับนานาชาติ
จนสามารถยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ ศ.ดร.ยศชนันย้ำว่า รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่ผู้สร้างเทคโนโลยี และผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศให้เป็น
มุมมองและผลกระทบ
New Growth Engine หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ เนื่องจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเซ็นเซอร์ วัสดุศาสตร์
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า
รัฐบาลยังมองไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศในอนาคต ทั้งแนวคิดการจัดตั้งฐานปล่อยยานอวกาศเพื่อการวิจัย (Space Port)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนในลักษณะเดียวกับโมเดลของ SpaceX เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัย การพัฒนา
และการสร้างธุรกิจใหม่ของประเทศไทย นอกจากนี้ หลังจากภารกิจ ‘ฉางเอ๋อ 7’ ประเทศไทยยังมีแผนสานต่อความร่วมมือในภารกิจ ‘ฉางเอ๋อ 8’ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์
เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและวิศวกรไทยได้พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีร่วมกับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน กระทรวง อว. ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ไทยพีบีเอส
และ Sea (ประเทศไทย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



