Bolt กับภารกิจยกระดับความปลอดภัย ชูใบขับขี่สาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:46อ่าน 3 นาที

Bolt กับภารกิจยกระดับความปลอดภัย ชูใบขับขี่สาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวในหมวด เทคโนโลยี เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเมือง ขณะเดียวกัน อาชีพ “ พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ” ก็ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงช่องทางหารายได้เสริมอีกต่อไป
แต่กำลังพัฒนาไปสู่อาชีพที่สามารถสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับคนจำนวนมาก ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส
รายละเอียดเพิ่มเติม
และการดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ธนัตถ์ บัวจันทร์ พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของ Bolt และคอนเทนต์ครีเอเตอร์
เป็นหนึ่งในผู้ขับขี่ที่ได้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของอาชีพนี้มาตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี จากจุดเริ่มต้นที่มองการขับรถผ่านแพลตฟอร์มเป็นเพียงทางเลือกในการหารายได้เพิ่มเติม
วันนี้ธนัตถ์ได้ตัดสินใจยึดอาชีพนี้เป็นงานหลัก พร้อมนำประสบการณ์จริงจากการทำงานมาถ่ายทอดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ในอีกมุมหนึ่ง
สถานการณ์ล่าสุด
ธนัตถ์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังเรียนจบเคยทำงานประจำอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเริ่มมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม ประกอบกับเป็นคนที่ชื่นชอบการขับรถและมีความสนใจเกี่ยวกับการเดินทาง
จึงตัดสินใจสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ของ Bolt โดยในช่วงแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก แต่เมื่อได้ลองทำจริงกลับพบว่า
อาชีพนี้ตอบโจทย์ทั้งในด้านรายได้และความยืดหยุ่นในการบริหารเวลา “ ตอนแรกคิดว่าจะขับเล่นๆ เป็นอาชีพเสริมตามสไตล์ผู้ชายที่ชอบขับรถ แต่พอลองทำจริง รายได้ค่อนข้างดี
มุมมองและผลกระทบ
มีความยืดหยุ่นในการบริหารเวลา ก็เลยตัดสินใจทำเป็นอาชีพหลัก ” ปัจจุบัน นอกเหนือจากการรับส่งผู้โดยสารแล้ว ธนัตถ์ยังนำประสบการณ์จากการทำงานมาต่อยอดผ่านช่อง TikTok ของตัวเอง
โดยแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ เทคนิคการทำงาน รวมถึงประสบการณ์ที่พบเจอในแต่ละวัน จนได้รับความสนใจจากผู้ติดตามจำนวนมาก และต่อยอดไปสู่งานด้านคอนเทนต์
ทำให้คุณธนัตถ์สามารถสร้างรายได้จากทั้งสองช่องทางควบคู่กัน แม้ปัจจุบันจะมีแพลตฟอร์มเรียกรถให้เลือกใช้งานหลายราย แต่ธนัตถ์มองว่า ผู้ขับขี่ควรบริหารจัดการงานอย่างยืดหยุ่น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เนื่องจากแต่ละแพลตฟอร์มมีข้อดีแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ให้บริการ ช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้บริการ และปริมาณงานในแต่ละพื้นที่ “
การเปิดหลายแอพพ์ช่วยให้เราบริหารงานได้ดีขึ้น ถ้าพื้นที่หนึ่งงานน้อย ก็สามารถสลับไปรับงานจากอีกแอปได้ แต่ถ้าถามว่าแอพพ์ที่ผมใช้เป็นหลัก ก็คือ Bolt เพราะระบบใช้งานง่าย
ลูกค้าเรียกค่อนข้างต่อเนื่อง และครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ กับปริมณฑล ” จากประสบการณ์ทำงานจริง ธนัตถ์พบว่า ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดมักอยู่ในช่วงเย็น ตั้งแต่ประมาณ 16.00-21.00 น
. และบางวันอาจต่อเนื่องไปจนถึงช่วงประมาณ 23.00 น . ขณะที่พื้นที่ให้บริการไม่ได้จำกัดเฉพาะกรุงเทพฯ แ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



