เปิดมุมมองจาก BG เมื่อองค์กรยุคใหม่ต้องลงทุนกับ Well-being มากกว่าที่เคย
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09:57อ่าน 3 นาที

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้องค์กรต้องเร่งปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สิ่งที่ท้าทายไม่แพ้กันคือ “คน” ที่ต้องเรียนรู้ทักษะใหม่อยู่ตลอดเวลา และเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้นกว่าเดิม ส่งผลต่อสุขภาพจิต
ภาวะหมดไฟ (Burnout) และความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่กลายเป็นความท้าทายขององค์กรทั่วโลก ในขณะเดียวกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลาดแรงงานในปัจจุบันประกอบด้วยบุคลากรหลายเจเนอเรชันที่มีมุมมองต่อการทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน คนรุ่นใหม่มองหาโอกาสในการเรียนรู้ ความยืดหยุ่น และความหมายของงาน
ขณะที่พนักงานที่มีประสบการณ์ให้ความสำคัญกับความมั่นคง การเติบโตในสายอาชีพ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว เมื่อความต้องการของคนทำงานมีความหลากหลายมากขึ้น
วิธีคิดในการบริหารทรัพยากรบุคคลจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ “Well-being” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงสวัสดิการหรือกิจกรรมสร้างความสุขในที่ทำงานอีกต่อไป
สถานการณ์ล่าสุด
แต่กลายเป็นแนวคิดในการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานได้อย่างมีพลัง มีสุขภาพกายและใจที่ดี มีโอกาสเติบโต และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถในการดูแลและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ สำหรับองค์กรอย่างกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG)
ความท้าทายยิ่งซับซ้อนขึ้น เนื่องจากมีบุคลากรหลากหลายบทบาท ตั้งแต่พนักงานสายการผลิต วิศวกร นักวิจัย ฝ่ายขาย ไปจนถึงพนักงานสำนักงาน
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งแต่ละกลุ่มมีลักษณะการทำงานและความต้องการที่แตกต่างกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าองค์กรควรเพิ่มสวัสดิการอะไร แต่คือจะออกแบบระบบการดูแลบุคลากรอย่างไร
เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตได้ตามศักยภาพของตนเอง แม้จะอยู่ในบริบทการทำงานที่แตกต่างกันก็ตาม Well-being ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนระยะยาว ในอดีต Well-being
มักถูกมองว่าเป็นกิจกรรมเสริมหรือสวัสดิการที่ช่วยสร้างความสุขในการทำงาน แต่ปัจจุบัน หลายองค์กรเริ่มมองเรื่องนี้ในฐานะ “การลงทุน”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะคุณภาพชีวิตของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ ความผูกพันต่อองค์กร และความสามารถในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ
ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว จากแนวคิดดังกล่าว BG จึงออกแบบการดูแลบุคลากรผ่านกรอบแนวคิด 4 มิติ ได้แก่ Mind, Body, Financial และ Together
โดยมองว่าความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสุขภาพกาย แต่ครอบคลุมถึงสุขภาพจิต ความมั่นคงในการดำเนินชีวิต และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้คน
ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานของบุคลากรในระยะยาว ในมิติ Mind บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพใจ ผ่านบริการให้คำปรึกษาและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต
เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงการสนับสนุนได้อย่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



