หอค้าไทย หนุนศุภจี เร่งสรุป ART ดันสินค้าไทย ใช้วัตถุดิบ-ผลิตในประเทศสูง เข้าลิสต์ยกเว้นภาษีเพิ่ม
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:26อ่าน 3 นาที

หอการค้าไทย หนุน ‘ศุภจี’ เร่งสรุป ART ผลักดันสินค้าไทยที่มี Local Content สูง เข้าสู่ Exemption List เสริมขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ดร.พจน์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทีมไทยแลนด์ ในการเร่งสรุปความตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาโดยเร็ว
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะการมีกรอบการค้าที่ชัดเจนจะช่วยลดความไม่แน่นอน (Uncertainty) ของภาคธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิต การลงทุน และการส่งออกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
รวมทั้งช่วยให้ภาพรวมอัตราภาษีสินค้าของไทยในตลาดสหรัฐอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ ดร.พจน์กล่าวว่า
ภาคเอกชนเห็นด้วยกับแนวทางของนางศุภจีที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันสินค้าไทยให้ได้รับการยกเว้นภาษี (Exemption List) เพิ่มขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
โดยเฉพาะสินค้าที่มีสัดส่วนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตในประเทศ (Local Content) สูง ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการผลิตของไทย
เนื่องจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ในส่วนของสินค้าเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมเกษตร
รวมถึงสินค้าประมงและอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและมีความเชื่อมโยงกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และอุตสาหกรรมแปรรูปจำนวนมากนั้น
มุมมองและผลกระทบ
หอการค้าไทยเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการผลักดันให้สินค้าในกลุ่มดังกล่าวได้รับการบรรจุอยู่ใน Exemption List ให้ได้มากที่สุด เพราะจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
พร้อมทั้งสร้างประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับสินค้าไทยที่มี Local Content สูง ยังเป็นการรักษามูลค่าเพิ่มไว้ในประเทศ
สนับสนุนการจ้างงาน และเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการปรับตัวของเศรษฐกิจโลกสู่ Regional Value Chain
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“การเจรจาครั้งนี้ควรมุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับสินค้าไทยที่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ และมีผลต่อเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง การเร่งสรุป ART
ควบคู่กับการผลักดันสินค้าส่งออกรายการสำคัญของไทยที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงและยังเป็นรายการที่สหรัฐผลิตได้ไม่เพียงพอ เข้าสู่ Exemption List จะช่วยทั้งลดความไม่แน่นอน
รักษาความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ผลประโยชน์จากการเจรจากระจายไปสู่ประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกัน ยังจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคสหรัฐในการลดความเสี่ยงค่าครองชีพ”
ดร.พจน์กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



