‘ศุภจี’ ถกสหรัฐกดภาษี ART ไม่เกิน 19% รู้ผล ส.ค.นี้ คาดสินค้าไทย 72% ได้ยกเว้น
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:09อ่าน 2 นาที

‘ศุภจี’ ถกสหรัฐกดภาษี ART ไม่เกิน 19% รู้ผล ส.ค.นี้ คาดสินค้าไทย 72% ได้ยกเว้น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้า Agreements
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
on Reciprocal Tariff (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาทางเทคนิคในประเด็นต่างๆ มุ่งการเจรจากับสหรัฐ เพื่อให้อัตราภาษีนำเข้ารวมจากมาตรการต่างๆไม่สูงเกินกว่า 19%
ซึ่งเป็นกรอบเคยที่ไทยเจอภาษีนำเข้าสหรัฐกำหนดไว้ ก่อนที่สหรัฐใช้มาตรา122 เก็บภาษีชั่วคราวทุกประเทศในอัตรา 10% และสิ้นสุดเวลามาตรการชั่วคราวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
ระหว่างนี้ที่สหรัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาใช้มาตรการภาษีตามมาตรา 301 และไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้า กรณีแรงงานบังคับที่ 12.5% บวกกับอัตราภาษี MFN (Most-Favored
Nation) ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา และยังมีกรณีเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน ที่อาจถูกนำมาเพิ่มจากอัตราเดิม เรื่องนี้ไทยชี้แจงสหรัฐแล้วว่า 3 สินค้า(ยานยนต์/ชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง
และเครื่องจักร/อุปกรณ์) ที่ถูกสหรัฐเปิดไต่สวน มีการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 75-90% และไม่มีอุตสาหกรรมใดใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% อย่างไรก็ตาม
สถานการณ์ล่าสุด
คาดว่าการเจรจาไทยกับสหรัฐน่าจะชัดเจนภายในเดือนสิงหาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมูลค่าสหรัฐนำเข้าจากไทยในปี 2568 เมื่อพิจารณาตามบัญชียกเว้นทั่วไป Annex II Part A
สามารถจำแนกได้ดังนี้ 1. สินค้าที่ได้รับยกเว้นตาม Annex II Part A มีมูลค่า 56,201.30 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสัดส่วนต่อมูลค่านำเข้าจากไทยทั้งหมด 61.58% 2. สินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นตาม
Annex I Part A มีมูลค่า 35,034.80 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีสัดส่วน 38.39% แยกเป็น 2.1 สินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่อยู่ใน Annex II Part A มีมูลค่า 31,204.50 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีสัดส่วน
มุมมองและผลกระทบ
34.19% และ 2.2 สินค้าเกษตรและอาหารที่ไม่อยู่ใน Annex II Part A มีมูลค่า 3,830.30 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีสัดส่วน 4.20% จากการตรวจสอบเฉพาะ Annex I Part A พบว่า สินค้าส่งออกของไทยร้อยละ
38.39 ไม่อยู่ในบัญชียกเว้นดังกล่าว อย่างไรก็ดี สินค้าบางรายการอาจได้รับยกเว้นตามเงื่อนไขอื่น เช่น เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 232 เมื่อพิจารณาข้อยกเว้นทุกประเภทแล้ว
คาดว่าสินค้าส่งออกของไทยประมาณร้อยละ 72 จะได้รับยกเว้นจากอากรตามมาตรา 301 และสินค้าอีกประมาณร้อยละ 28 ที่ไม่ได้รับการยกเว้น อาทิ ข้าว อาหารทะเลแปรรูป ซอสและเครื่องปรุงรส
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
อาหารสุนัขและแมว ถุงพลาสติก ถุงมือใช้แล้วทิ้ง และผลิตภัณฑ์กระดาษเครื่องนุ่งห่ม เพชรเจียระไน เครื่องประดับเงินและทอง เป็นต้น
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



