พม. จับมือ Apple ส่งเสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ จำกัดเวลาใช้หน้าจอ
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 12:10อ่าน 2 นาที

พม. จับมือ Apple ส่งเสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ จำกัดเวลาการใช้หน้าจอที่ไม่กระทบกับพัฒนาการ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ให้การต้อนรับและหารือเชิงยนโยบายกับ Mr. Mike Orgill
ผู้อำนวยการบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท แอปเปิล อิงค์ (Apple Inc.) และคณะ ในเรื่องความปลอดภัยทางออนไลน์ของเด็กและเยาวชน
รายละเอียดเพิ่มเติม
และแนวทางในการใช้อุปกรณ์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ นายชนินทร์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นพ้องกันในการส่งเสริมระบบ ‘ป้องกันเด็ก’ หรือ Child Protection ที่กำลังพัฒนาอยู่
ให้เป็นค่าเริ่มต้น (default) ของอุปกรณ์โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง ซึ่งจะกำหนดขีดจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาตามช่วงอายุ พร้อมเพิ่มระบบตรวจจับและเบลอภาพโป๊เปลือย
ความรุนแรง และเนื้อหาโหดร้าย ตลอดจนแจ้งเตือนผู้ปกครองในกรณที่มีความพยายามเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และจะต้องได้รับการอนุญาตก่อน นายชนินทร์
สถานการณ์ล่าสุด
กล่าวต่อว่าได้เน้นย้ำการดำเนินงานของพม.ซึ่งกำลังดำเนินการจัดทำแนวปฏิบัติเรื่องระยะเวลาการใช้หน้าจอสำหรับเด็ก (screentime)
เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ปกครองเข้าใจว่าเด็กแต่ละช่วงอายุควรจะมีการจำกัดระยะเวลาการใช้งานหน้าจอเท่าไร อย่างไร
เพื่อไม่ให้กระทบกับพัฒนาการหรือส่งผลต่อการสร้างอุปนิสัยไม่พึงประสงค์ จึงขอความร่วมมือบริษัทเอกชนช่วยร่วมสื่อสารและส่งเสริมแนวทางเดียวกัน นายชนินทร์ กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
นอกจากนี้ยังได้หารือในมิติของการสนับสนุนการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนพิการด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยี และได้ให้การสนับสนุนโครงการฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์ Apple ที่มีระบบควบคุมด้วยสายตา
ระบบสั่งการด้วยเสียง หรือการอ่านหน้าจอออกเสียง ที่จะช่วยให้คนพิการกลุ่มต่าง ๆ สามารถเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเท่าเทียมมากขึ้นต่อไป “การเข้ามาของ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์
มีทั้งประโยชน์และโทษที่รุนแรง หากไม่สามารถสร้างความพร้อมของสังคมได้ทัน ผมขอความร่วมมือภาคเอกชนต่าง ๆ ในการทำงานร่วมกันกับภาครัฐ เพื่อวางมาตรการการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ตลอดจนช่วยการสร้างความตระหนักรู้แก่คนทุกกลุ่มให้มีความเท่าทันไปพร้อมกัน” นายชนินทร์กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



