ฮอร์มุซยังป่วน อิหร่านยื้อเปิดช่องแคบ ฉุดความเชื่อมั่น จับตาใช้จ่ายไทยฟื้นแต่เสี่ยงแผ่ว
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 14:27อ่าน 3 นาที

วันนี้ ( 12 ส.ค.2569) ศูนย์วิจัยกรุงศรี วิเคราห์สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ว่า แม้อิหร่านและโอมานเห็นพ้องแนวทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แต่ภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานจะยังคงอยู่ โดยการเปิดช่องแคบจะ ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านเป็นสำคัญ ขณะที่อุปสรรคในการเจรจายังสูงหลังอิหร่านพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือสหรัฐฯ
อิสราเอล และประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ผ่านช่องแคบฯ ส่งผลให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯตลาดแรงงานที่อ่อนแอกว่าคาดการณ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส่งผลให้โอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังไม่ถึงจุดดังกล่าว ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง
แม้ว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.0% ท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงและความเสี่ยงจากมาตรการปรับขึ้นภาษีการค้า
แต่การจ้างงานและค่าจ้างที่ชะลอลงคาดว่าจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ และหนุนให้เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ ในขณะที่จีน
สถานการณ์ล่าสุด
แม้ว่าการส่งออกเป็นแรงหนุนสำคัญในช่วงที่การบริโภคยังอ่อนแอ โดยเฉพาะสินค้าไฮเทค ซึ่งขยายตัวสูงกว่า 50% ติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ด้านสงครามการค้ากับสหรัฐฯ
คาดว่าจะยังดำเนินต่อไปในลักษณะจำกัดวง โดยอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยอาจสูงขึ้น แต่น่าจะไม่เกินระดับที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ ส่วนการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง
และสินค้าที่ใช้ด้านการทหารจะยังคงเป็นเครื่องมือที่ใช้คุมเชิงกันต่อไป ไม่ว่าจะเพื่อผลลัพธ์เชิงสัญลักษณ์หรือทางปฏิบัติก็ตาม สำหรับประเทศไทย ศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ มองว่า
มุมมองและผลกระทบ
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่อาจเผชิญความไม่แน่นอนในระยะต่อไป โดยเดือนก.ค. มาตรการไทยช่วยไทยพลัสมียอดใช้จ่ายรวม 86,442.6 ล้านบาท
แบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นแรงหนุนต่อการใช้จ่ายถึงสิ้นไตรมาส 3 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวลงสู่
1.95% ในเดือนก.ค.จาก 2.42% ในเดือนมิ.ย.แต่ยังอยู่ในระดับสูงจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นสู่ 1.34% จาก 1.23% แม้ในไตรมาส 3 การใช้จ่ายมีแนวโน้มดีขึ้นและเงินเฟ้อชะลอลงบ้าง แต่ในระยะข้างหน้าแรงส่งทางเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน
เนื่องจาก แรงกระตุ้นด้านการบริโภคอาจแผ่วลง โดยในไตรมาส 4 แม้ว่ามาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แต่มีวงเงินเพียง 1,750-2,000 ล้านบาท
ซึ่งต่ำกว่ามาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่มีวงเงินมากถึง 1.2 แสนล้านบาท รวมถึงมาตรการระยะปานกลางถึงยาวยังขาดความชัดเจนโดยเฉพาะแผนลงทุนผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 2
แสนล้านบาท ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดของโครงการรวมถึงความรวดเร็วในการเบิกจ่าย และ แรงกดดันเงินเฟ้อจากการ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



