รัฐบาล เร่ง 8.3 แสนคน ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ – 5 ล้านคนยังไม่ยื่นทบทวนสิทธิ
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 08:23อ่าน 2 นาที

รัฐบาล เร่ง 8.3 แสนคน ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ – 5 ล้านคนยังไม่ยื่นทบทวนสิทธิ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกในยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นขอทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการตกหล่น
หรือเสียสิทธิ เพราะไม่ทราบขั้นตอนหรือไม่สะดวกในการดำเนินการ โดยข้อมูล วันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
พบว่าตัวเลขการยืนยันตัวตนและการอุทธรณ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความพยายามของหน่วยงานในพื้นที่และช่องทางบริการที่เข้าถึงง่าย ปัจจุบัน ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ จำนวน 3.1 ล้านคน
ยืนยันตัวตนแล้ว 2.3 ล้านคน (73%) ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ยืนยันตัวตนเหลือ 8.3 แสนคน (27%) จากเดิม 9.8 แสนคน (31%) รัฐบาลขอเชิญชวนให้ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เร่งยืนยันตัวตน
เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง เปิดให้ยืนยันตัวตนได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 โดยจังหวัดที่มีผู้ยังไม่ยืนยันตัวตนมากที่สุด ได้แก่
สถานการณ์ล่าสุด
นครราชสีมา นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และขอนแก่น ซึ่งรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ครบถ้วน น.ส.รัชดา
กล่าวว่า สำหรับการยื่นขอทบทวนสิทธิ ล่าสุดมีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 4.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 4.1 ล้านคน ขณะที่มีผู้ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกประมาณ 5 ล้านคน
จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนการยื่นขอทบทวนสิทธิสูงที่สุด ได้แก่ ลำปาง (60%) นราธิวาส (59%) ปัตตานี (58%)
มุมมองและผลกระทบ
ยะลา (54%) และแพร่ (53%) สะท้อนว่าการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานในพื้นที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น
“ยอดผู้ยืนยันตัวตนและยื่นทบทวนสิทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลจะติดตามและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย จึงขอเชิญชวนผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ
รีบใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสวัสดิการที่ควรได้รับ โดยรัฐบาล เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ผ่านแอพพลิเคชั่น ทางรัฐ แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง เว็บไซต์โครงการ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน
และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์“ น.ส.รัชดา กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



