จับตาไทยเปิดสัมพันธ์เมียนมา “เกมวัดใจ” แนะรัฐบาลตั้งกรอบชัด มิตรภาพต้องมีขอบเขต
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 20:19อ่าน 3 นาที

วันนี้ (9 ส.ค.2569) รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า
ประเด็นสำคัญ
การที่ไทยมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาในครั้งนี้ เหมือนเป็นเกมวัดใจ บนหลักประกันที่ยังไม่แข็งแรง เพราะการดำเนินนโยบายลักษณะนี้ของไทย เป็นไปเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
และส่งสัญญาณบอกรัฐบาลเมียนมาว่า ไทยเป็นมิตร พึ่งพาได้ และไม่หักหลัง รวมถึงพิสูจน์ให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเป็นมิตรในทุกมิติ ผ่านการแบกรับข้อวิจารณ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งภายใน และภายนอกประเทศไทยเอง ดังนั้น รัฐบาลเมียนมาเองก็ต้องพิสูจน์ว่าหลังจากนี้จะสามารถดำเนินการได้ตามที่ไทยมุ่งหวังหรือไม่ อย่างไรก็ตาม
ไทยจะคาดหวังการดำเนินงานของรัฐบาลทหารเมียนมาได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งถ้าดูจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศก็ถือว่าเป็นเรื่องยาก
และไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้เมียนมาเข้าไปในอาเซียน หรือกระบวนการสันติภาพที่จะเกิดขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าการเมืองเมียนมามีการควบคุมตัวเองมาโดยตลอด และปัจจัยภายนอกแทบจะไม่มีผลกับการขับเคลื่อนกระบวนการทางการเมืองภายในเมียนมาเลย ขณะที่ประเด็นปัญหาต่างๆ
ที่ส่งผลกระทบมายังไทย ซึ่งมีการหยิบยกมาหารือด้วยนั้น ตนมองว่า ประเด็นเรื่องการจัดการปัญหาสแกมเมอร์น่าจะช่วยแก้ไขกันได้ เพราะมีความร่วมมือมาอยู่แล้ว
และเมียนมาเองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน หรือเรื่องการค้าชายแดนก็คิดว่าพอไปได้
มุมมองและผลกระทบ
เนื่องจากเมื่อมีข้อตกลงระหว่างกันมากขึ้นก็เห็นถึงแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนของไทยที่พยายามจะให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องความรุนแรง หรือปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมข้ามชายแดน
คงจะคาดหวังไม่ได้ว่า สิ่งเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขในเร็ววัน จากการมีเงื่อนไขหลายส่วน เช่น ชนกลุ่มน้อยที่ถ้ากระบวนการสันติภาพไม่เริ่มเกิดขึ้น การแก้ไขก็น่าจะทำได้โดยไม่มีประสิทธิภาพ
หากมองเรื่องจังหวะเวลา ก็ถือเป็นช่วงจังหวะเวลาที่ดีของไทยในการจะมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา เนื่องด้วยเหตุผล 2 ประการ ได้แก่ 1. ประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานและเจ้าภาพอาเซียน ในปี
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พ.ศ.2571 ซึ่งระหว่างนี้หากสามารถช่วยประสานงานในเรื่องสันติภาพ และทำให้เมียนมาเข้าสู่อาเซียนเต็มตัวอีกครั้งได้ ก็น่าจะส่งผลดีให้กับไทย และ 2.นายมิน ออง ไลง์
เพิ่งได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ถึงแม้จะยังไม่มีความชอบธรรม 100% แต่ก็มีการแสดงให้เห็นว่า ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศมหาอำนาจอีก 2 ประเทศ คือ จีน
และอินเดีย จึงทำให้เกิดแรงส่งให้ไทยต้องหาทางเกี่ยวพันกับเมียนมาบางประการไว้ รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ในอีกด้าน การที่ประเทศไทยเชื้อเชิญมิน ออง ไลง์ มาเยือน
พร้อมกับมีการต้อนรับในระดับสูงสุดเช่นนี้ ในแง่พฤตินัยแล้วถือเป็นการแสดงการยอมรับการมีอยู่ของรัฐบาลเมียนมาภายใต้ผู้นำอย่าง มิน ออง ไลง์ ที่ถึงแม้ทางรัฐบาลไทยจะบอกว่า
ไม่เกี่ยวกับควา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



