มาดามเดียร์ ชี้พัฒนาการงบปี 70 ตรวจสอบง่ายขึ้น จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 16:26อ่าน 3 นาที

มาดามเดียร์ ชี้พัฒนาการงบปี 70 ตรวจสอบง่ายขึ้น จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยน.ส.วทันยา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บุนนาค กรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมสัมมนาในหัวข้อ “ส่องเบื้องหลังการพิจารณาร่าง
พ.ร.บ.งบประมาณ ที่คนนอกไม่รู้” โดยกล่าวถึงพัฒนาการของกระบวนการพิจารณางบประมาณว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถติดตามการพิจารณางบประมาณผ่านการถ่ายทอดสดได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทำให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบมากขึ้น น.ส.วทันยา กล่าวว่า อีกพัฒนาการที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือ สำนักงบประมาณได้จัดส่งข้อมูลร่างงบประมาณทั้งในรูปแบบ
PDF และ Excel ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบและวิเคราะห์รายละเอียดงบประมาณทำได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แม้อาจยังไม่สมบูรณ์ทั้งหมด
แต่สะท้อนถึงความพยายามในการเปิดเผยข้อมูลและลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่าสำหรับงบประมาณกลุ่มจังหวัดในปีนี้ พบว่าถูกปรับลดลงอย่างมาก โดยบางส่วนถูกตัดเกือบ 80%
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งในมุมหนึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลมีความกล้าตัดสินใจในการทบทวนและลดงบประมาณที่อาจมีความซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม
ยังจำเป็นต้องติดตามว่าการลดงบดังกล่าวจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนภารกิจและการพัฒนาพื้นที่อย่างไร น.ส.วทันยา ยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างงบประมาณภาครัฐว่า
แม้หลายกระทรวงและกรมจะถูกปรับลดงบประมาณ โดยเฉพาะงบดำเนินงาน แต่ รายจ่ายด้านบุคลากรยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดได้ยาก โดยเมื่อรวมเงินเดือน ค่าจ้าง บำเหน็จบำนาญ
มุมมองและผลกระทบ
สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าจ้างเหมาบริการและผู้ช่วยปฏิบัติงานที่แฝงอยู่ในงบดำเนินงาน คาดว่ารายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 40%
ของงบประมาณทั้งหมด ขณะเดียวกัน ยังพบว่ารายจ่ายบางรายการมีการตั้งงบประมาณต่ำกว่าการใช้จ่ายจริง เช่น งบค่ารักษาพยาบาลที่ตั้งไว้ประมาณ 97,000 ล้านบาท แต่ในปี 2568
มีการใช้จ่ายจริงสูงกว่าแสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าภาระด้านบุคลากรและสวัสดิการอาจสูงกว่าตัวเลขที่ปรากฏในกรอบงบประมาณ น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การพิจารณางบประมาณในปีนี้ไม่ควรมองเพียงการตัดหรือเพิ่มงบประมาณเป็นรายโครงการ แต่ควรมองถึง การจัดสรรงบประมาณทั้งระบบว่ากำลังนำประเทศไปสู่เป้าหมายใด เพราะในภาคเอกชน
โครงสร้างการจัดสรรทรัพยากรของบริษัทสะท้อนวิสัยทัศน์และทิศทางว่าบริษัทต้องการเดินไปทางไหน ขณะที่งบประมาณของประเทศก็ควรสะท้อนเช่นเดียวกันว่า ประเทศไทยกำลังมุ่งไปสู่จุดใด
“สิ่งสำคัญคือ เราไม่ได้มองเพียงว่าปีนี้จะตัดงบโครงการไหน แต่ต้องมองว่า งบประมาณทั้งหมดกำลังถูกจัดสรรไปเพื่อสร้างอนาคตของประเทศอย่างไร เพราะหากงบประมาณถึง 40% ต้องใช้กับบุคลากร
ก็จำเป็นต้องตอบให้ได้ว่า งบประมาณส่วนที่เหลือจะถูกนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนประ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



