ยศชนันสายตรงถึง รมว.กลาโหม ระดมทหารช่าง-เครื่องจักรหนัก ลุยฟื้นฟู อ.ปัว เร่งฟื้นฟูใน 7 วัน
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 09:33อ่าน 3 นาที

วานนี้ (21 สิงหาคม) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ร่วมกับ ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
รวมถึง เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference ที่ประชุมได้ให้น้ำหนักกับแผนฟื้นฟูพื้นที่ อำเภอปัว
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดย ศ.ดร.ยศชนัน เสนอให้นำแนวทางโมเดลแม่สาย มาปรับใช้ในการระดมกำลังทหารเข้าช่วยเหลือ
เนื่องจากมีผู้สูงอายุในพื้นที่จำนวนมากที่ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเรือนเองได้ ก่อนจะต่อสายโทรศัพท์ตรงกลางประชุมถึง พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เพื่อขอรับการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรหนักจากกรมการทหารช่างเข้ามาปฏิบัติภารกิจด่วน ขณะที่ เจเศรษฐ์ระบุเสริมว่า เทศบาลเมืองปัว โดยเฉพาะใน ตำบลศิลาแลง และ ตำบลวรนคร
สถานการณ์ล่าสุด
กำลังขาดแคลนกำลังคนและเครื่องจักรหนักในการขนดินและยกของออกจากบ้านผู้สูงอายุอย่างวิกฤต แม้ ปภ. จะส่งเครื่องจักรเข้าไปแล้ว แต่หากต้องการดันเป้าหมายฟื้นฟูให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน
ไม่ให้ยืดเยื้อไปถึง 20-30 วัน จำเป็นต้องได้กำลังทหารเข้ามาเสริมทัพเป็นการด่วน ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ผู้ว่าฯ น่าน รายงานว่า
กรมบัญชีกลางได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้จังหวัดน่านแล้วจำนวน 100 ล้านบาท โดยจังหวัดได้สั่งการให้นายก อบต. และเทศบาล เร่งกระจายแบบสำรวจผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ประชาชนกรอกข้อมูล
มุมมองและผลกระทบ
และต้องส่งกลับมายังจังหวัดภายในวันที่ 22 สิงหาคม เพื่อให้นายอำเภออนุมัติและจ่ายเงินตรงถึงมือผู้ประสบภัยภายใน 3-5 วัน สำหรับความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า
ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้เร่งติดตั้งสะพานแบริ่ง 2 จุดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 สิงหาคม พร้อมเร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดผิวจราจรเส้นทาง 137
และ 1256 นอกจากนี้ ยังพบปัญหากระแสน้ำในลำน้ำขว้างเปลี่ยนทิศทางทะลักเข้าบ้านเรือน จึงได้เร่งประสานกรมชลประทานและเอกชนนำเครื่องจักรเข้าอุดแนวคันน้ำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พร้อมเพิ่มเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ น่าน ได้รายงานภาพรวมในรอบ 24 ชั่วโมงว่า น่านมีปริมาณฝนสะสมสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (136 มิลลิเมตร)
โดยยังมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองน่าน, อำเภอเวียงสา และ อำเภอภูเพียง ครอบคลุม 6 ตำบล 35 หมู่บ้าน และล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย
เป็นชายไม่ทราบชื่อลอยมาตามแม่น้ำในพื้นที่ อำเภอท่าวังผา ช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้กำชับให้เฝ้าระวังฝนตกหนักบนพื้นที่ภูเขาที่อาจทำให้น้ำป่าไหลหลากซ้ำ
พร้อมเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารกับประชาชนว่า ต้องระมัดระวังการสื่อสารไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ต้องสร้าง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



