‘พัฒนา’ ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านบาทไม่ได้หายไปไหน!
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 09:58อ่าน 3 นาที

'รมว.สธ.' ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านไม่หายไปไหน จัดสรรกระจายไปหลายหน่วยบริการดูแลประชาชน 80% ของประเทศ เผยเตรียมปรับวิธีทำงานให้สอดคล้อง พ.ร.บ.ปฐมภูมิ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ยืนยันทุกบาททุกสตางค์ต้องคุ้มค่า 05 ส.ค.2569 - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณกองทุนบัตรทอง ปี 2568 จำนวนเงิน
60,000 ล้านบาท ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขว่า งบที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับในปี 2568 ไม่นับเงินเดือนจะได้รับอยู่ที่ประมาณ 170,000 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งในระบบของโรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขจะมีบันทึกรายรับจากงบประมาณตรงนี้ประมาณ 110,000 ล้านบาท เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนจึงได้ตั้งคำถามไปว่างบประมาณ 60,000 ล้านบาทหายไปไหน
ซึ่งสปสช. มีอนุกรรมการด้านการเงินชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้อยู่นอกระบบของกระทรวงสาธารณสุข และมีอีก 10,000 กว่าล้านบาท
ที่สปสช.ใช้กระทรวงสาธารณสุขผ่านโรงพยาบาลราชวิถีเป็นช่องทางในการจัดซื้อยา และอาจจะมี 3,000 - 4,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้เป็นเรื่องของการซื้อยา
สถานการณ์ล่าสุด
แต่ไปยังโรงพยาบาลนอกสังกัดโรงพยาบาลสาธารณสุข เช่น สังกัดกระทรวงกลาโหม สังกัดกรุงเทพมหานคร และอีกครึ่งหนึ่งถูกจัดสรรไปให้กับคลินิก รวมถึงหน่วยให้บริการเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.
ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่เราต้องดูว่าการให้บริการมีประสิทธิภาพ มีหลักเกณฑ์และมาตรฐานหรือไม่
และหากต้องมีการปรับปรุงในการวางเงินเหล่านี้ไปที่ใดควรจะต้องถูกหยิบยกมาหารือในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยรวมๆจะอยู่ที่ประมาณ 120,000 กว่าล้านบาท
มุมมองและผลกระทบ
ที่กระทรวงสาธารณสุขมีเงินผ่านมือ เพราะฉะนั้นงบประมาณ 60,000 ล้านบาท จะเป็นการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลประชาชนราวๆ 80% ของประเทศ
ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เราเจอ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50,000 ล้านบาท ยืนยันว่านโยบายของตนและรัฐบาลเงินภาษีของประชาชนต้องอธิบายได้ว่าเส้นทางการเงินต่างๆ ได้ถูกนำไปวางจัดสรรไว้ที่ไหน
และ สปสช.เองต้องนำข้อมูลเหล่านี้ออกมาให้เกิดความชัดเจน เมื่อถามว่า หน่วยงานเหล่านี้มีเงื่อนไขทางกฎหมายเปิดช่องให้สามารถรับเงินได้หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องติดตามดูกัน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ประธานอนุกรรมการด้านการเงินให้ชี้แจงภายใน 7
วัน ซึ่งต้องชี้แจงลงไปในรายละเอียดถึงหน่วยที่รับเงิน กิจกรรมต่างๆ และการกระจายตัวของเงินว่าเป็นอย่างไร
ที่ต้องมีเอกสารหลักฐานและการตรวจสอบไปพร้อมพร้อมกันว่าการใช้เงินเหล่านั้นนำไปปฏิบัติงานจริงหรือไม่ นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีพระราชบัญญัติปฐมภูมิ ปี 2562
ที่จะต้องวางมาตรฐานการให้บริการต่างๆของงานป้องกันและงานส่งเสริมเรื่องระบบสาธารณสุขหรือสุขภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งรัดให้เกิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติฉบับนี้
ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับหน่วยบริการในสังกัด สปสช. รวมถ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



