รัฐบาลแจงชัด งบบัตรทอง 6 หมื่นล้านโปร่งใส สั่ง สปสช. กางข้อมูลเบิกจ่ายใน 7 วัน เล็งปรับโครงสร้างให้เป็นธรรม
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09:02อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 สิงหาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบประมาณ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
โดยมีการกล่าวหาว่ามีการนำงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลไปใช้จัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ โดยยืนยันว่า รัฐบาลยินดีให้มีการตรวจสอบในทุกขั้นตอน เพื่อความโปร่งใส
แต่ขอให้การสื่อสารต่อสาธารณะอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชนกว่า 47 ล้านคนที่ใช้บริการระบบนี้อยู่ รองโฆษกรัฐบาล
รายละเอียดเพิ่มเติม
อธิบายถึงกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณบัตรทองกว่า 60,000 ล้านบาท ว่า การที่ พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งคำถามขึ้นมานั้น
เป็นไปเพื่อต้องการอธิบายโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณอย่างละเอียด ไม่ใช่การกล่าวหาว่าเงินสูญหายหรือมีการทุจริตแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกกระจายไปยังหน่วยบริการประเภทต่างๆ ได้แก่: โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลในสังกัดหน่วยงานอื่น โรงพยาบาลเอกชน
สถานการณ์ล่าสุด
กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) “การตั้งคำถามกับการใช้งบประมาณเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องการให้ทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน
ไม่ใช่การสร้างความขัดแย้ง แต่เป็นการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารงบประมาณของประเทศ” ลลิดากล่าว พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ได้สั่งการเพิ่มเติมให้คณะอนุกรรมการด้านการเงินและการคลังของ สปสช. จัดทำข้อมูลเชิงลึกภายใน 7 วัน เพื่อให้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนว่างบประมาณแต่ละส่วนถูกจัดสรรไปยังหน่วยงานใด
มุมมองและผลกระทบ
ภายใต้ฐานกฎหมายใด และมีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายอย่างไร เพื่อประเมินและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในอนาคต สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวหาว่านำงบบัตรทองไปใช้จัดกิจกรรมหรืออีเวนต์นั้น
รองโฆษกรัฐบาล ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นงบค่าบริการรักษาพยาบาลที่มีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายชัดเจน ไม่สามารถนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ได้
หากมีการจัดกิจกรรมของโรงพยาบาลจริง จะเป็นการใช้ เงินบำรุงของโรงพยาบาล ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่งบจากกองทุนบัตรทอง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และรัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการสั่งโอนงบบัตรทองไปใช้เพื่อกิจกรรมอื่นตามที่มีการกล่าวอ้าง รองโฆษกรัฐบาล กล่าวย้ำว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิด
และยินดีให้ทุกหน่วยงานที่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบอย่างเต็มที่ การจัดซื้อจัดจ้างทุกโครงการต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่การกล่าวหาใดๆ ควรมีหลักฐานรองรับที่ชัดเจน
เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบสาธารณสุข ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขกำลังอยู่ระหว่างการทบทวนแนวทางการจัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาระงานที่แท้จริงของหน่วยบริการ
โดยเฉพาะโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องรับภาระดูแลประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นต่อไป T…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



