ผบ.ทบ. สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าว หลังป่วนใต้กว่า 50 จุด ด้านโฆษก ทบ. ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว ปัดเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 14:18อ่าน 3 นาที

วันนี้ (24 สิงหาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงภายหลัง พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ประเด็นสำคัญ
เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงแก้ไขข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือน
เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน พล.ร.ต. สุรสันต์ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเฉพาะกรณีที่มีการปล่อยข่าวลือกล่าวหากองทัพว่ามีการใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว ทั้งนี้
กระทรวงกลาโหมพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกองทัพภาคอย่างเต็มกำลัง ขณะที่ พล.ต. วินธัย กล่าวเสริมว่า
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการบิดเบือนข่าวสารเพื่อทำลายภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่มาโดยตลอด ในช่วงหลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)
สถานการณ์ล่าสุด
ได้ปรับวิธีการสื่อสาร สำหรับกรณีการเกิดเหตุพร้อมกันกว่า 51 จุดในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้มุ่งเป้าหมายต่อชีวิตของประชาชน
แต่เป็นการปฏิบัติการเพื่อหวังผลทางจิตวิทยาและการสื่อสาร มุ่งเน้นสร้างสถานการณ์ก่อกวนเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจให้กลุ่มวัยรุ่นในเครือข่าย
โดยเลือกทำลายทรัพย์สินและเป้าหมายที่เป็นพื้นที่กว้าง เช่น การเผาทำลายเสาไฟฟ้าซึ่งมีนับแสนต้น และเป็นจุดที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่หรือไม่อยู่ในจุดเพ่งเล็งสูง
มุมมองและผลกระทบ
ส่วนเหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงไม่สามารถป้องกันได้ทั้งที่เกิดเหตุถึง 51 จุด โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า หากนำจำนวนกำลังพลมาหารเฉลี่ยกับพื้นที่ทั้งหมด ย่อมไม่เพียงพอกับสัดส่วนพื้นที่
โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน แต่ กอ.รมน. ได้ใช้กลไกงานข่าวสารควบคู่กันมาตลอด ยืนยันว่าระบบการข่าวไม่ได้ล้มเหลว และเป็นการทำงานในลักษณะประชาคมข่าวที่บูรณาการร่วมกัน
แต่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการข่าวในระดับเหตุการณ์ย่อยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนกรณีข่าวลือเรื่องการใช้เฮลิคอปเตอร์โจมตีนั้น พล.ต. วินธัย ยืนยันตามหลักยุทธวิธีว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเป้าหมายลักษณะดังกล่าว เนื่องจากเคลื่อนที่เร็วและเป็นช่วงเวลากลางคืนซึ่งมองไม่เห็นเป้าหมาย และการใช้อาวุธของกำลังพล ทบ. ที่สนับสนุน กอ.รมน.
ก็รัดกุมตามกรอบสากล ไม่มีการใช้อาวุธเว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน โฆษกกองทัพบกระบุอีกว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการ BRN
โดยผู้ก่อเหตุรู้ดีว่าการสร้างสถานการณ์ลักษณะนี้จะส่งผลให้สังคมหันมากดดันและตั้งคำถามต่อความแม่นยำของการข่าวรัฐ ซึ่งเข้าทางฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่หากพิจารณาจากสถิติในภาพรวม
ทั้งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินถือว่ามีแนวโน้มลดลงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งขณะนี้ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก
ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการให้ปรับเพิ่ม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



